Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Cambodian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Danish
Dutch
English
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Malayalam
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย]
=ยอดนักสืบพิชิตคดี=
=ตอนที่ 6=
ยังพบของมีค่าอย่างอื่นอีกไหม
ไม่มีครับ
ประธานลั่วถูกฆ่าตายหลังสามทุ่มครึ่ง
แบบนี้แล้ว...
ดังนั้นสืบไปสืบมา
ก็วกมาที่จุดเดิมอีก
พวกเขาคืนความบริสุทธิ์ให้ฉันชั่วคราว เป็นเวลาครึ่งวัน
เพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุจริง ๆ
ทั้งยังเลื่อนเวลาที่พ่อฉันถูกฆ่าตาย
เป็นสามทุ่มครึ่งอีก
หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้
ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าครอบครัวเรา
กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว
นี่ไม่ใช่บังคับให้ฉันมอบตัวหรือไง
แต่นายไปมอบตัวแล้ว
ไม่เท่ากับว่าปล่อยให้ฆาตกรลอยนวล อยู่ข้างนอกหรือไง
สามทุ่มคืนวันเกิดเหตุ
เซี่ยฮว่าพบคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
ที่หน้าประตูบ้านพวกนาย
ฟังคำอธิบายของเขา
คนคนนี้
น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ส่งนายกลับมา
ตำรวจได้เริ่มตามสืบแล้ว
แต่ว่า
ก็ยังไม่ยกเลิกการออกหมายจับนาย
คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่เซี่ยฮว่าไม่รู้จัก
วิ่งมาที่บ้านเรา
หาห้องหนังสือพ่อฉันเจอ
แล้วพ่อฉันยังบังเอิญเปิดหน้าต่างไว้ให้เขา
หลังก่อเหตุ
ยังส่งขี้เมาอย่างฉันกลับโรงแรมอีก
เรื่องนี้นายเชื่อเหรอ
แต่เขาเป็นคนเดียว
ที่รู้ว่านายอยู่ที่ไหนหลังจากเมา
เขาลับ ๆ ล่อ ๆ วิ่งมาที่บ้านพวกเรา
แถมส่งฉันกลับโรงแรมอีก
ทำไมฉันฟังแล้วเหมือนฉันจ้างวานฆ่าเลยล่ะ
เมื่อทั้งหมด
ชี้ไปในทิศทางเดียว
อีกทิศทางหนึ่งก็จะโผล่มาในไม่ช้า
บุหรี่
ขายบุหรี่
จินฉี่หมิง
พี่ซือถู
พี่มาได้ยังไง
หาผมมีเรื่องหรือเปล่าครับ
มีเรื่องหนึ่ง
ผมอยากให้คุณช่วยผมตรวจสอบหน่อย
ได้ งั้นพวกเราเข้าไปคุยกัน
ผมส่งต้นฉบับแล้ว
เรื่องของตระกูลลั่ว
ตระกูลลั่ว
เว่ยหมิ่นซีกับนายท่านลั่วรู้จักกันตอนวัยรุ่น
จากนั้นตระกูลลั่วพลัดถิ่นฐาน
มาทำธุรกิจที่ฮาร์บิน
เว่ยหมิ่นซีก็แต่งงานไปแล้ว
สามีของเธอก็เป็นนักธุรกิจเช่นกัน
ค่อนข้างมีฐานะ
แต่ว่าเขา
ติดเหล้าชอบใช้ความรุนแรง แถมเจ้าชู้อีก
ห้าปีก่อน
เว่ยหมิ่นซีตามสามีเธอมาที่ฮาร์บิน
สองปีต่อมา
สามีเธอเสียชีวิตเพราะโรคพิษสุราเรื้อรัง
แล้วเว่ยหมิ่นซีล่ะ
เว่ยหมิ่นซีถูกฆ่าตายในบ้าน
ในห้องมีร่องรอยการต่อสู้
คำวินิจฉัยเบื้องต้นของตำรวจคือ
โจรที่กำลังหลบหนีก่อเหตุ
แต่มีจุดหนึ่งที่แปลกมาก
อะไรแปลก
นายท่านลั่วคนนี้ก็ถูกฆ่าตายต่อจากนั้นไม่นาน
ผมคิดว่ามันไม่น่าจะบังเอิญขนาดนี้
ผมเลยลองตรวจสอบให้ลึกเข้าไปอีก
คุณสืบพบเรื่องอื่นอีกเหรอ
ผมวานเพื่อนที่ธนาคาร
ตรวจสอบเงินหมุนเวียนของเว่ยหมิ่นซี
ผมพบว่าทุกเดือนในช่วงสองปีนี้ของเธอ
จะใช้เงินที่ฝากไว้เป็นจำนวนมาก
ผมคิดว่าเธอ
คงไม่ซ่อนเงินจำนวนนี้ไว้ที่บ้าน
หรือให้ใครที่ไหนยืมแน่
เธออยู่ฮาร์บินในที่ต่างถิ่น
สนิทที่สุดก็เป็นตระกูลลั่ว
ตระกูลลั่วไม่มีใครขาดเงิน
ฉะนั้นผมคิดว่า
เธอจะถูกคนขู่กรรโชกหรือเปล่า
และเหตุผลในการขู่กรรโชก
จะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตกะทันหัน ของสามีเธอหรือเปล่า
มีความเกี่ยวข้องยังไง
เว่ยหมิ่นซีเพิ่งกลับมาพบ
กับนายท่านลั่วที่ฮาร์บินได้ไม่นาน
สามีของเธอก็มาเสียชีวิตกะทันหัน
ความจริงคนในสำนักข่าวเรา
ต่างไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้
แต่ภายใต้แรงกดดันในตระกูลลั่ว
ใครก็ไม่กล้าซักถามเรื่องนี้
นายก็ช่างพูดไปเรื่อยนะ
สามีเธอเสียชีวิตกะทันหัน
เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านพวกเรา
เขา
เขาไม่ใช่ตำรวจกำลังออกหมายจับอยู่เหรอ
ถูกแล้ว ออกหมายจับอยู่
ไปแจ้งเบาะแสฉันสิ
คุณชายลั่ว
ผม ผม ผมไม่กล้า
แล้วผมก็ไม่ทำด้วย
ตราบใดที่พี่ซือถูเชื่อใจคุณ
ผมก็เชื่อใจคุณเช่นกัน
นายถามเขาสู้มาถามฉันดีกว่า
อยากรู้อะไร
ฉันจะบอกนายหมด
ผมอยากทราบจำนวนเงินฝากทั้งหมด
ที่เว่ยหมิ่นซีถอนออกจากธนาคาร ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
สองหมื่นหยวน
ที่แท้ก็ไม่สอดคล้องกัน
อะไรไม่สอดคล้องกัน
ทางตำรวจพบเงินหลายร้อยเหรียญ
จากในห้องของฟางหง
จำนวนนี้ต่างกันมาก
ผมคิดว่า
หลายร้อยเหรียญเหรอ
ฟางหง
เดือนหนึ่งเขาหาเงินได้มากสุด
สิบเหรียญต่อเดือน
ไม่กี่ร้อยหยวนเอง
เขาบอกว่าแม่ของเขาป่วย
ผู้ดูแลเลยจ่ายให้เขาล่วงหน้า
ความจริงผม...
เขาเป็นเด็กกำพร้า
มีแม่ที่ไหนกัน
ความจริงผมก็เคยตรวจสอบฟางหง
ขอโทษด้วยครับ คุณชายลั่ว
ความจริงทุกคนในบ้านคุณ
ผมตรวจสอบมาหมดแล้ว
เพียงแต่ฟางหงคนนี้ค่อนข้างพิเศษ
ก่อนที่เขาจะไปที่บ้านคุณชายลั่ว
เป็นผู้ช่วยอยู่ที่หลี่จี้ของตระกูลหลี่
แต่ทำได้ไม่กี่วัน เขาก็ออก
จากนั้นก็อาศัยอยู่ถนนสายที่ 16 ฝั่งนั้น
ถนนสายที่ 16
กินจนอิ่มที่ซินซื่อเจี้ย
เวทีใหญ่โห่ร้องชมเชย
อาบน้ำที่ซินเจียงเฉวียน
ล้มตัวลงนอนที่ฮุ่ยฟางหลี่
งั้นเขาก็รวยมาก
เถ้าแก่หลี่ของหลี่จี้คนนี้
ขึ้นชื่อว่ากลัวภรรยา
ซึ่งเปิดร้านด้วยความช่วยเหลือจากพ่อตา
หลายปีก่อน
ได้พบคนรู้ใจในฮุ่ยฟางหลี่
หลบซ่อนมาตลอด
กลัวว่าภรรยาเขาจะรู้เข้า
แต่ประจวบเหมาะก็คือ
ฟางหงก็มีคนรู้ใจอีกคน
ซึ่งอยู่ที่ฮุ่ยฟางหลี่เช่นกัน
ไม่ใช่แค่อยู่ที่ตระกูลหลี่
หลายแห่งที่ฟางหงเคยทำงานมา
ก็เป็นสถานการณ์เดียวกัน
ทุกครั้งที่ลาออกจากงาน
เขาก็ต้องไปเต้าไว่เพื่อถลุงเงิน
เขาเป็นแค่ลูกจ้างระยะยาว
ไปเอาเงินพวกนั้นมาจากไหนกัน
หลังเขาไปที่บ้านฉันแล้ว
ต้องได้ยินไป๋ซานซานซุบซิบ คุณป้าเว่ยมาไม่น้อย
เขาย่อมไม่ปล่อย
โอกาสร่ำรวยดี ๆ แบบนี้
ไปขู่กรรโชกแน่
แล้วก็เพราะเขา
ดูแลพ่อฉันเป็นการส่วนตัวอีก
เดาว่าคุณป้าเว่ย
ก็กลัวว่าเขาจะไม่เป็นผลดีต่อพ่อฉัน
จนสุดท้ายเลยไม่กล้าบอกเขา
อย่างสมเหตุสมผล
งั้นในเมื่อเป็นเช่นนี้
ทำไมเหวินอีต้องปกป้องคนเลวนี้ด้วย
เธอมีความลับอะไรหรือเปล่า
ฝิ่นสุก
หาอะไรอยู่เหรอ
คุณซือถู
ทำไมคุณถึงมาไม่บอกไม่กล่าว
แบบนี้ทำให้คนตกใจตายได้นะครับ
นี่ก็
วันนี้พี่เหวิน
ให้ผมทำความสะอาดลานบ้านให้ดี
คุณดูสิ
ผม ผมกำลังตั้งใจทำงานอยู่
นายกวาดพื้นทุกวันแบบนี้
คงทำเงินได้ไม่น้อย
คุณซือถู
คุณอย่าล้อผมเล่นอีกเลย
นี่ไม่ใช่เพราะคนในครอบครัวป่วย
รีบร้อนใช้เงินหรือไง
ผมจึงขอให้ทางบัญชีจ่ายล่วงหน้า
ครั้งก่อนผมพูดกับคุณชัดเจนแล้วนี่ครับ
แต่นายพูดไม่ชัดเจน
ว่าเงินที่นายไปฮุ่ยฟางหลี่มาจากไหน
คุณซือถู
หลายปีมานี้
ใครมีเงินอยู่ในมือ
ไม่อยากออกไปท่องโลกกว้างบ้าง
ไม่แน่อาจจะเจอนายจ้างรวย ๆ เข้าก็ได้
คุณชายลั่วก็เคยไป
ลูกท่านหลานเธอของตระกูลเซี่ยพวกนั้น
ยังเป็นแขกประจำของที่นั่นเลย
แม้แต่พี่เหวิน
หากเธอไม่เคยไปฟากนั้น
ผมจะหางานที่นี่เจอได้ยังไง
หากคุณสงสัยว่าใครมีเงิน
ก็ไปถนนสายที่ 16 นั่นสิครับ
งั้นคนเต็มห้องนั้น
ก็คงหนีความผิดไม่พ้น
แต่คนเต็มห้องเหล่านี้
ก็ไม่มีใครขู่กรรโชกเจ้าของร้านหลี่จี้
ตอนนี้นายท่านของพวกนาย
ถูกฆ่าตายในคดีขู่กรรโชก
และบังเอิญ
คนทำผิดเป็นนิสัยลักษณะนี้ก็อาศัยอยู่ในบ้านด้วย
พูดขู่กรรโชกอะไรกัน
ผมเจตนาดี
ช่วยพวกเขาเก็บความลับต่างหาก
เจ้าของร้านหลี่จี้
มองว่าผมซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
เลยให้รางวัลผมนิดหน่อยเท่านั้นเอง
เงินพวกนี้
คุณกับนายท่านทุกคนในตระกูลลั่วคงไม่สนใจ
ผมคุ้มที่จะ
ฆ่าคน
เพื่อจำนวนเงินเล็กน้อยแค่นี้ที่ไหน
ความลับของตระกูลลั่วนี่
ไม่ได้มีมากกว่าเจ้าของร้านหลี่จี้หรอก
มีสิ
คุณซือถู
ผมบอกกับแค่คุณนะ
คุณจะได้ไม่เห็นผมเป็นฆาตกร
ไม่งั้นผมคงทำงานที่นี่ไม่ได้แล้ว
คนแบบไหนมีความลับ
มองออกในชั่วพริบตาเดียว
นายท่านมีความลับ
ผมเลยคิด
เผยความลับนี้ของนายท่านออกมา
ช่วยเขาแบ่งเบาภาระ
มิฉะนั้นเขามักจะอยู่คนเดียว
พึมพำอย่างเหม่อลอยเสมอ
นายช่างเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจ
ก็แน่สิ
น่าเสียดาย
นายท่านของพวกนาย
ไม่อาจเข้าใจความกลัดกลุ้มนี้ของนายได้
ใครว่าไม่ใช่ล่ะ
หากบอกผมแต่เนิ่น ๆ
เขาคงไม่ถูกฆ่าหรอกถูกไหม
งั้นที่ถูกฆ่าจะไม่ใช่นายเหรอ
แต่ผมรู้ว่าใครคือฆาตกร
ผมพูดแล้วคุณต้องเชื่อนะ
ฆาตกรก็คือพี่เหวิน
นายรับเงินจากเหวินอี
ก็เพื่อจะเก็บความลับให้เธอแบบนี้เหรอ
เธอบอกพวกคุณหมดแล้วเหรอ
นี่เธอเป็นคนร้ายที่ฟ้องก่อน
ให้คุณสงสัยผม
คุณซือถู
คุณห้ามหลงกลเธอนะ
เธอต้องเป็นฆาตกรฆ่านายท่านแน่นอน
เมื่อสองวันก่อน
ผมยังได้ยินเธอทะเลาะกับนายท่านด้วย
นายท่านยังโกรธมากบอกเธอไปให้พ้นอยู่เลย
ดังนั้นนายเลยใช้เรื่องนี้ขู่กรรโชกเธอ
ผมขู่กรรโชกเธอ
เพราะเธอทำบัญชีปลอม
ยักยอกเงินในบ้านต่างหาก
ผมขู่กรรโชกเธอ
ผมยังช่วยนายท่าน ทวงความเสียหายบางส่วนกลับมาอีกนะ
นายท่านทะเลาะกับเธอ
ต้องเป็นเพราะนายท่านรู้เรื่องนี้แน่
เธอทำตั๋วเงินพวกนั้นหาย
เพียงพอจะติดคุกหลายสิบปีแล้ว
คุณว่าเรื่องนี้ไม่ว่าใคร
จะไม่อาฆาตบ้าง
คุณนายครับ
คุณนายครับ
ก่อนเกิดเหตุ
คุณคงเคยค้นโต๊ะนี้มาก่อนใช่ไหม
เห็นมีดเงินบ้างไหมครับ
มีดเงินเล่มนั้น
ฉันไม่ได้เอาไปหรอกนะ
นายท่านพวกเราเป็นคนซื้อมีดเงินมา
ฉันจะหยิบออกมาดูหน่อยไม่ได้หรือไง
ก่อนและหลังเหตุอะไร
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน
พวกคุณอย่าได้คิดจะปรักปรำฉัน
ตอนนั้นฉันได้ยินที่ประตูหน้ากับประตูหลัง
มีคนกำลังจะเข้ามา
ฉันก็เลยกลับ
ส่วนใครเอามีดเงินไป
ต้องเป็นคนที่เข้ามาทีหลังแน่ ๆ
นั่นคือเวลากี่โมง
หกโมงเย็นครับ
ตรงนี้ใช่เรื่องของนายที่ไหน
เจ้านายพูดอยู่ นายจุ้นอะไรด้วย
เหวินอีสอนคนใช้ประสาอะไรกัน
แข็งข้อนะนาย
คุณนาย
วันนั้นขณะที่คุณออกไป
ลืมคลุมผ้าปูโต๊ะหรือเปล่าครับ
ฉันก็เป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้เช่นกัน
ฉันค้นลิ้นชักในบ้านตัวเองจะเป็นไร
แต่ละคน ๆ
ป้องกันฉันเหมือนป้องกันขโมย
แน่นอนว่าฉันให้พวกเขาเห็นฉันไม่ได้หรอก
วันนั้นตอนที่ฉันออกไป
มีดเงินเล่มนั้นยังอยู่บนโต๊ะชัด ๆ
เรื่องนี้ คุณอย่าคิดโบ้ยมาฉันเลย
คุณซือถู
ผมอยากพบเหวินอีหน่อยครับ
พี่เหวิน เธอออกไปแล้วค่ะ
แต่คงกลับมาก่อนอาหารเย็นแน่
คุณสงสัย
ว่าเธอคือฆาตกร
เถ้าแก่ของพวกคุณล่ะ
ผมเอง
สองวันนี้พวกคุณ
เคยรับแหวนลักษณะนี้บ้างไหม
สองวันก่อนเหล่าจางเคยให้พวกเราดู
แหวนวงใหม่ที่ได้มาแบบนี้เลย
เกิดอะไรขึ้น
เป็นของโจรเหรอ
เหล่าจางคือใคร
ก็คือเถ้าแก่โรงฝิ่นที่อยู่ข้าง ๆ กัน
ที่มาที่นี่ของเรา
มีไม่กี่คนที่เส้นทางทำเงินถูกต้อง
หากคุณสองคนทำของหายไป
ก็ยอมรับเถอะ
อย่าเอาเปรียบร้านค้าเล็ก ๆ แบบนี้ของเราเลย
ร้านค้าเล็ก ๆ
ผมว่าเส้นทางการเงินของคุณ ไม่ถูกต้องมากกว่ามั้ง
คุณ คุณ...
ไปกันเถอะ
หลีกทาง ๆ
หยุดนะ
หลีกทาง
หลีกทาง
นั่นคุณชายลั่วที่ถูกออกหมายจับไม่ใช่เหรอ
จริงด้วย
รีบตามไป ๆ
ไป
หยุดนะ
นายหลีกทาง
หยุดนะ
หยุดนะ
อย่าหนีนะ
หยุดนะ
หยุดนะ ๆ
อย่าหนีนะ
หยุดนะ ๆ
หยุดนะ
อย่าหนีนะ
หยุดนะ
อย่าหนีนะ
หยุดนะ ๆ ๆ
อย่าหนีนะ
หยุดนะ
จะทับฉันให้ตายหรือไง
จะทับฉันให้ตายหรือไง
ลุกขึ้น
จับได้แล้ว
คราวนี้จับได้แล้ว
ลุกขึ้น ๆ ๆ
จับขึ้นมา
พยุงเขาขึ้นมา
ครับ
ลุกขึ้น ๆ
ปล่อย
ปล่อยฉัน ปล่อย
ที่แท้ก็ไอ้เจ้าบ้านี่เอง
เอา เอาตัวไป
ไป
รอเดี๋ยว
คุณก็อยู่ด้วยเหรอ
ต้องสมคบคิดกันแน่
เอาตัวไปพร้อมกัน
รอเดี๋ยวครับ
ผมพิสูจน์ได้
ว่าลั่วเส้าชวนไม่ได้อยู่ในช่วงเกิดเหตุ
คุณมีอะไรมาพิสูจน์
เขา
ผมได้ยินว่าในคืนเกิดเหตุ
ระหว่างสามทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มสี่สิบห้า
คุณตรวจสอบบัญชีอยู่ในห้องตลอด
ค่ะ
งั้นถ้าเกิด
ประธานลั่วถูกฆ่าตายในเวลานี้พอดี
คุณก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไม่อยู่ในที่เกิดหตุ
หกโมงเย็นวันนั้น
คุณได้ออกไปประตูหลังมาครั้งหนึ่ง
ฉันไม่ได้ไป
ไป๋ซานซานได้เปิดลิ้นชักตู้เก็บของ
ได้ยินการเคลื่อนไหวที่ประตูหลังเลยรีบจากไป
จากนั้นเซี่ยฮว่าก็เข้ามา
เห็นคุณกำลังปิดลิ้นชัก
ในเวลานั้น
คุณเข้ามาจากประตูหลัง
ฉันเพิ่งกลับมาจากข้างนอก
กลัวจะเสียเวลางาน
เลยเดินมาทางลัดเท่านั้นเอง
งั้นระหว่างที่คุณปิดลิ้นชัก
เห็นมีดเงินไหมครับ
ฉันจำไม่ได้ค่ะ
ฉะนั้นสามทุ่มครึ่งในคืนนั้น
คุณเดินจากทางเดินนอกห้องหนังสือ
ไปที่ประตูหลัง
เปล่านะคะ
คืนนั้น
ฟางหงก็ลอง
แอบฟังการสนทนา ของประธานลั่วในห้องอยู่ตลอด
แต่ไม่ได้ยินอะไรเลย
แต่คุณได้ยินชัดเจน
ดังนั้น
จึงมีคำอธิบายเพียงสองข้อ
ข้อแรก
ขณะนั้นคุณก็อยู่ในห้องด้วย
ข้อสอง
เวลานั้นคุณก็อยู่ที่ทางเดิน นอกห้องหนังสือนี่เอง
กล่าวโดยสรุป
ไม่ใช่อย่างที่คุณกล่าวว่า
อยู่ที่บันไดแน่
คุณซือถูคะ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของคุณ
คุณซือถูคะ
คุณซือถูคะ
เกิดอะไรขึ้น รีบร้อนขนาดนี้
ผู้ชายคนที่คุณลุงเซี่ยเจอที่หน้าประตูนั่น
ถูกจับได้แล้ว
เขาสารภาพหมดแล้ว
พูดหมดทุกอย่างแล้ว
ว่าเขาเป็นคนฆ่าคุณลุง
เขาเป็นคนฆ่าจริง ๆ ด้วย
ไม่มีทางเป็นเขา
เขาไม่ได้ฆ่าคน
เขาไม่ใช่ฆาตกร
เพราะอะไรคุณถึงบอกว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร
ตอนที่นายท่านถูกฆ่าตาย
ฉันอยู่ด้วยกันกับเขาค่ะ
สมรู้ร่วมคิด
ไม่ใช่ค่ะ
คนในช่วยคนนอกฆ่านายจ้างตาย
คุณกำลังพูดเหลวไหลอะไรน่ะ
พวกคุณสองคน
เกี่ยวข้องอะไรกัน
หากคุณไม่พูดละก็
ผมก็จะเขียนตามนี้แล้วนะ
เขามาเพื่อยืมเงินฉันค่ะ
จ้างวานฆ่า
แค่ยืมเงินเท่านั้น
เขาเป็นญาติห่าง ๆ ของครอบครัวฉัน
เพิ่งมาจากต่างจังหวัด
พวกเรานัดกันว่ารับเงินตอนกลางคืน
แต่ตอนบ่ายนายท่านบอกว่า
รองผู้กำกับเซี่ยจะมาตอนเย็น
โดยปกติที่บ้านมีคนมา
มื้อเย็นจะเสร็จค่อนข้างค่ำ
ฉันกลัวว่าเขามาแล้ว
ไม่เจอฉันเข้า
จะก่อเรื่องอะไรขึ้น
[ก็เลยทิ้งกระดาษข้อความไว้ที่ประตูหลัง]
[ตอนหกโมงเย็น]
[บอกให้เขารอฉันสักพัก]
สามทุ่มครึ่งฉันจะไปหา
เวลาเกิดเหตุก็คือสามทุ่มครึ่ง
งั้นการจ้างวานฆ่าของคุณครั้งนี้
จ่ายเงินไปเท่าไร
คุณมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าฉันฆ่าคน
ผมมีหลักฐานแน่นอน
ผมไม่มีหลักฐานจะเรียกคุณมาได้เหรอ
ฉันลืมไป
ที่พวกคุณเชี่ยวชาญที่สุด
ก็คือไม่แยกแยะถูกผิด
ไม่ใช่พวกเราไม่แยกแยะถูกผิด
แท้จริงแล้วคุณต่างหากที่มีแผนการชั่วร้าย
คุณคิดว่า
คุณหาคนที่ทั้งวันขอกินรอตาย
ที่โรงฝิ่นมาก่อเหตุ
พวกเราก็จะหาเขาไม่เจอใช่ไหม
เป็นไปไม่ได้หรอก
นี่ก็หาตัวคุณมาได้แล้วไง
พูดมาเร็ว
จ้างวานฆ่าจ่ายไปเท่าไร
ฉันจ้างวานฆ่าคน
คุณบอกมาหน่อย
ทำไมฉันถึงต้องฆ่านายท่านด้วย
ทำไมน่ะเหรอ
ทั้งโลกต่างรู้กันดี
ว่าคุณอยากเป็นคุณนายลั่ว
แต่สุดท้าย
ที่ลั่วเหวินเซิงแต่งด้วยไม่ใช่คุณ
จากรักเป็นความเกลียด
แบบนี้ถูกต้องแล้ว
ถูกต้อง
ฉันเคยรักนายท่าน
แต่ฉันไม่เคยเกลียดเขาเลย
จะเกลียด
ก็เกลียดโดยหวังให้ได้ดิบได้ดี
คุณล้อผมเล่นเหรอคุณ
เขาเป็นมหาเศรษฐีในฮาร์บิน
คุณยังจะเกลียดหวังให้ได้ดิบได้ดีอีก
คุณอยากให้เขาได้ดิบได้ดีอะไรอีก
คุณน่ะ คุณก็เป็นเพราะว่า
เขาแต่งกับคนอื่น ไม่แต่งกับคุณ
ก่อนหน้านี้
คุณสองคนยังทะเลาะกันใหญ่โตด้วยถูกไหม
แถมเขายังไล่คุณไปให้พ้นอีก
ไม่ใช่
ผมขอคุยกับเธออีกครั้ง
เหล่าเปา ไม่นานก็ให้เธอยอมรับผิดแล้ว
เธอไม่ใช่ฆาตกร
คุณว่าอะไรนะ
หากหลายปีนี้
คนที่ขู่กรรโชกเว่ยหมิ่นซีเรื่อยมา คือเหวินอีละก็
เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำบัญชีปลอมนั่นเลย
ยิ่งกว่านั้นหลายปีมานี้
ค่าใช้จ่ายของตระกูลลั่ว ล้วนไม่ถึงสองหมื่นเหรียญ
ทำไมเธอยอมให้คนจับจุดอ่อนเหล่านี้ได้ล่ะ
หากไม่รู้สึกละอายใจละก็
ทำไมถึงพูดจาอึก ๆ อัก ๆ ล่ะ
เรื่องนี้ผมเองก็อยากรู้
พวกเราเข้าใจเรื่องราวดี
แค่ดูว่าคุณจะพูดยังไง
ขอบคุณค่ะ
คุณทะเลาะกับนายท่าน
เพราะเรื่องแต่งงานของเขา
ตอนนี้ไม่ว่าฉันจะอธิบายยังไง
พวกคุณก็คงไม่เชื่อ
แล้วจะถามฉันไปทำไม
คุณไม่อยากให้เว่ยหมิ่นซีเข้ามาในบ้าน
ไม่ได้มีความเห็นแก่ตัวอะไร
แต่เพราะคุณรู้แต่แรก
ว่าเธอฆ่าคน
สามปีก่อน
สมัยที่สามีของเว่ยหมิ่นซียังมีชีวิตอยู่
ฉันเคยเห็นเธอ
ไปโรงเหล้าที่สามีเธอเคยไปบ่อย ๆ
ผู้หญิงคนนี้ตัวเองไม่ดื่มเหล้า
ตอนนั้นฉันเกิดความสงสัย
เลยมองอยู่ข้างนอกสักพัก
[ดูเหมือนเธอจะถามเจ้าของร้านสองสามคำถาม]
[แล้วให้เงินบางส่วนกับเจ้าของร้านก็ออกมา]
[ทันทีที่เธอออกมา]
[ฉันก็คิดว่าท่าทางเธอผิดปกติ]
[ดูเหมือนจะรีบร้อน]
[กลับไปบ้านของตัวเองมาก]
[ตอนนั้นฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง]
[จึงแอบเฝ้าดูเธอตลอดเวลา]
[เฝ้าดูจนถึงคืนวันนั้น]
[ฉันยังเห็นกับตา]
[ว่าเธอเทขวดเหล้าที่ซื้อมาตอนกลางวันนั่น]
[ลงบนต้นไม้หน้าบ้าน]
ต่อมาเพราะเรื่องนี้
ฉันยังไปถามความเห็นจากคุณหมอเซี่ยอีก
คุณหมอเซี่ยบอกว่า
หากโดนพิษจากสารหนู
งั้นพวกตับและในกระเพาะอาหาร จะมีเลือดออกมา
การตายของเขาลักษณะเดียวกับ เสียชีวิตฉับพลันจากการดื่มเหล้า
หากปีนั้นสามีเธอโดนพิษจนตาย
งั้นเปิดโลงชันสูตรศพก็สามารถสรุปผลได้
ฉันเลยบอกเรื่องนี้กับนายท่าน
แต่นายท่านไม่เชื่อ
ฉันเห็นผู้หญิงแบบนี้
แต่งเข้ามาตระกูลลั่วไม่ได้
ก็เลยยกเรื่องนี้เป็นข่าวลือ
เล่าให้ไป๋ซานซานฟัง
ไป๋ซานซานก็หลงกลจริง ๆ
เธอก็ไปพูดจนทั่ว
เพื่อไม่ให้เว่ยหมิ่นซีแต่งเข้ามาได้
แต่ท้ายที่สุด
ก็ขวางนายท่านแต่งกับเธอไม่ได้
[เดิมทีเว่ยหมิ่นซีฆ่าสามีของเธอตาย]
[ก็เพื่อแต่งงานกับคุณ]
[คุณไม่กังวลว่าในอนาคต]
[เธอก็จะฆ่าคุณ]
[เพื่อทรัพย์สินของตระกูลลั่วบ้างเหรอ]
[ฉันจะแต่งงาน]
[ยังต้องให้พวกเธอมาอนุญาตอีกเหรอ]
[นายท่าน]
[ฉันเป็นผู้ดูแลที่นี่มาเกือบ 20 ปีแล้ว]
[แล้วฉันก็เห็นที่นี่เป็นเหมือนบ้านของตัวเอง]
[ต่อให้คุณไม่นึกถึงตัวเอง]
[ก็ต้องคิดถึงคุณชายบ้างนะคะ]
[อย่าคิดว่าฉันไม่รู้]
[ว่าคำพูดที่เว่ยหมิ่นซีฆ่าสามีตัวเอง]
[ใครเป็นคนแพร่ออกมา]
[หากเธอไม่อยากทำงานแล้ว]
[ก็ออกไปเดี๋ยวนี้เลย]
คุณเห็นว่าคุณโน้มน้าวประธานลั่วไม่ได้
เลยหันกลับไปขู่กรรโชกเว่ยหมิ่นซี
ไม่ใช่ค่ะ
จากนั้นเห็นว่าเรื่องใกล้จะแดงออกมา
เลยว่าจ้างนักฆ่า
ไปฆ่าเว่ยหมิ่นซี
วันนั้นเขาไปหาคุณเพื่อขอเงิน
เงินที่ต้องการก็คือก้อนนี้
ถูกไหม
ไม่ใช่ค่ะ
พวกเราพบว่าคุณช่วยเหลือให้เงินเขาไม่น้อย
นี่ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ
คุณจึงต้องทำบัญชีปลอม
ประหยัดอดออมถึงจะจ่ายเงินก้อนโตได้
หากเป็นเพียงญาติห่าง ๆ ธรรมดา
ไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือถึงขั้นนี้หรอกมั้ง
ทุกครั้งที่คุณใช้เงินก้อนใหญ่แบบนี้
ไปช่วยเหลือคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
หากเบื้องหลังพวกคุณ
ไม่มีสัมพันธ์ลับลมคมในกัน
จะเป็นอะไรไปได้
ไป
เดินเร็ว ๆ หน่อย
พวกคุณสองคนเกี่ยวข้องอะไรกัน
หากคุณไม่พูด
ผมจะตีเขาแล้วนะ
คุณอย่าแตะต้องเขานะ
เขาไม่ได้ฆ่าคน
เขาไม่ใช่ฆาตกร
ผมอยากรู้ความจริง
แค่คุณพูดออกมาเท่านั้น
ผมจึงจะมีวิธีช่วยคุณได้
เขาคือลูกชายของฉัน
พวกเราไม่ได้ฆ่าคน
คืนนั้น
ตอนที่พวกเราพบกันที่ประตูหลัง
คุณชายที่เมาหัวราน้ำก็อยู่ข้าง ๆ ด้วย
ฉันเป็นคนให้เขาส่งคุณชายกลับที่โรงแรมเอง
[อากาศเย็นขนาดนั้น]
[ฉันจะให้คุณชาย]
[นอนบนพื้นอยู่แบบนั้นได้ยังไง]
หากฉันจะฆ่าคน
ฉันจะหาเรื่องยุ่งยากแบบนี้ให้ตัวเองทำไม
เรื่องพวกนี้
ทำไมคุณไม่พูดแต่แรกล่ะ
ผู้หญิงไม่แต่งงานมีลูก
ไม่สุดวิสัยจริง ๆ
ใครจะพูดเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้
ตอนนั้นฉันยังเด็กนัก
คนในครอบครัวรู้ว่าฉันตั้งท้อง
ก็ไล่ฉันออกจากบ้านมา
แม้แต่ตัวเองฉันยังเลี้ยงไม่ได้
ฉันจะเลี้ยงเขาได้ยังไง
ฉันเลยได้แค่ยกเขาให้คนอื่น
ส่งเขาให้คนอื่นไป
หากไม่ใช่เพราะนายท่าน
ฉันคงหนาวตายอยู่ข้างถนนแล้ว
นายท่านเป็นคนให้ข้าวฉันกิน
ให้งานฉันทำ
ฉันนับถือนายท่านและเคารพเขามาก
ปีนั้นที่คุณนายจากไป
เป็นเวลานานมาก
ที่นายท่านก้าวออกมาจากความเศร้าไม่ได้
ต่อมา
เขาได้เจอเว่ยหมิ่นซีที่ฮาร์บิน
บนใบหน้าของเขา
ถึงได้มีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง
หากเว่ยหมิ่นซีไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น
ฉันต้องดีใจแทนนายท่านแน่
ลูกชายคุณสูบฝิ่น
เงินของคุณมีจำกัดเสมอมา
เขารู้เรื่องเว่ยหมิ่นซีจากคุณที่นี่
เลยไปขู่กรรโชกเธอ
เขาเปล่า ๆ
ลูกชายคุณไม่ทำงานทำการ
เรื่องอะไรที่เขาทำไม่ได้บ้าง
คุณในฐานะแม่
เวลาทั้งวัน
อยู่ที่ตระกูลลั่วทั้งหมด
เขาทำอะไรลับหลังคุณบ้าง
คุณจะรู้ได้ยังไง
คนสูบฝิ่นคนหนึ่ง
คุณคิดว่า
เขาจะควบคุมตัวเองได้เหรอ
คุณหมอเซี่ยช่วยลูกชายฉันเลิกฝิ่นมาตลอด
ได้ผลดีทีเดียว
เพียงแต่หลายวันมานี้
ไม่รู้ว่าคุณหมอเซี่ยหายไปไหน
ลูกชายฉันถึงได้ติดฝิ่น
กลับไปสูบอีก
หากคุณไม่เชื่อฉัน
คุณก็ลองไปถามเขาดู
คุณหมอเซี่ยที่เธอพูดถึงคือใครเหรอ
ลูกชายผมเป็นหมอนะ
สองวันนี้ไปประชุมที่กวางเจาแล้ว
บัญชีที่โรงฝิ่น ผมตรวจสอบดูแล้ว
ตัวเลขไม่สอดคล้องกัน
หากเป็นคุณที่ขู่กรรโชกเว่ยหมิ่นซี
ไม่จำเป็นต้องเล่นตุกติกในบัญชี
จนสุดท้ายถูกฟางหงขู่กรรโชกแทน
คุณไม่เคยคิดจะเอาเงินมากมายจากตระกูลลั่ว
เพื่อตัวเองจริง ๆ
แต่คุณทำแบบนี้
จะลากคุณทั้งสองตกต่ำไปด้วยกัน
หากฉันไม่ให้เงินเขา
เขาอาจจะไปขโมย
ไปปล้น
ฉันควรจะทำยังไง
ฉันจะทำยังไงได้
ทำไมวกไปวนมา
ก็กลับมาจุดเริ่มต้นอีกแล้วล่ะ
ลั่วเส้าชวน
เธอ
ลูกชายของเธอ
ไป๋ซานซาน โจวจิ้งเซวียน
ยังมีกลุ่มคนใช้พวกนั้นอีก
ล้วนไม่ใช่ฆาตกร
งั้นคนใครฆ่าล่ะ
คุณซือถู
ผมอยาก
ขอดูเอกสารของเว่ยหมิ่นซีอีกทีครับ
เชิญครับ
คุณดูคุณสิ
สืบไปสืบมา
ล้วนเป็นเรื่องหยุมหยิมในครอบครัว
ไม่สลักสำคัญ
พวกเราจัดการคดี
ก็ต้องประเมินประสิทธิภาพด้วย
เอาละ
นี่ไม่ใช่ความถนัดของคุณ
ก็อย่าคลุกอยู่ที่นี่อีกเลย
ผมให้พวกเขาปล่อยลั่วเส้าชวนแล้ว
คุณพาเขากลับบ้านพักผ่อนให้ดีเถอะ
คุณเป็นอะไรหรือเปล่า
เธอเป็นอะไรไหม
พวกเขาไม่กล้าทำอะไรผมหรอก
ฉันขอบอกคุณ
หากพวกคุณกล้าทำให้
คุณชายตระกูลลั่วเราบาดเจ็บ
พวกเราไม่ปล่อยพวกคุณแน่
บัญชีนี้
ผมจำไว้แล้วนะ
อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นนักสิ คุณชายลั่ว
นี่พวกเราก็ทำตามหน้าที่
จะว่าไปแล้ว
แม้ว่ารองผู้กำกับเซี่ยจะประกันให้คุณออกมา
แต่คดียังสอบสวนไม่กระจ่าง
คุณก็ไม่สามารถพูดได้ว่า
ไร้ข้อสงสัยโดยสิ้นเชิง
ผมพูดถูกไหม ทนายซือถู
ถูกต้อง
ขอบคุณหัวหน้าตำรวจเปา กับรองผู้กำกับเซี่ยมากครับ
พวกเราขอตัวก่อนแล้วกัน
ตกลง
ยังจะสงสัยอะไรกันอีก
จับคนได้แล้วไม่ใช่เหรอ
ครั้งนี้
หากจิ้งเซวียนของเราไม่ไปแลกตั๋วเงิน
เล่นลูกไม้นี้ออกมา
คดีนี้
คงยังไม่รู้ว่าความจริงจะปรากฏขึ้นเมื่อไร
ถูกไหม
นับว่าป้องกันหลายตลบก็แล้ว
ขโมยในบ้านยากจะป้องกันจริง ๆ
แม่คะ
พอเถอะครับ คุณอา
ยังสืบหาฆาตกรไม่เจอเลย
พี่เหวินไม่ใช่ฆาตกรนะครับ
เธอไม่ใช่ฆาตกร
งั้นจะเป็นใคร
ช่างเถอะ จะสนทำไมว่าเป็นใคร
พูดเรื่องสำคัญก่อน
เส้าชวน
เรื่องในครั้งนี้
เธออย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ
ตั๋วเงินนั่นฉันเป็นคนให้จิ้งเซวียนขโมยเอง
เธอห้ามอาฆาตแค้นเด็ดขาดนะ
หาก หากเธออาฆาตแค้นจริง ๆ ละก็
เธอห้ามอาฆาตแค้นจิ้งเซวียนนะ
เธอ เธอก็ เธอก็อาฆาตแค้นอาสะใภ้
ได้ยินไหม
แม่คะ
ดึกป่านนี้เธอจะไป จะไปไหนเหรอ
แม่ แม่หยุดพูดเถอะ
ลูกทำอะไรน่ะ เจ้าเด็กโง่
ทั้งหมดเพราะหวังดีต่อพวกแกนะ
ฉันต้องขอบใจนายมาก
ไม่ต้องเกรงใจหรอก
ยังมีอีกเรื่อง
ที่ฉันอยากไหว้วานนาย
นายพูดสิ
ฉันอยากขอให้นาย
ช่วยฉันตามหา
ฆาตกรที่ฆ่าพ่อฉันให้เจอ
นายไม่ใช่ฆาตกร
อย่าไร้สาระน่า
เหวินอีกับลูกชายของเธอน่าจะไม่ใช่
พี่เหวิน
แม้ครั้งนี้จะเกินเลยไปนิด
แต่พอให้อภัยได้
คุณกับโทษหักล้างกัน
ไป๋ซานซานกับโจวจิ้งเซวียนก็ไม่ใช่
ฟางหงไม่ใช่
คนรับใช้คนอื่นในบ้านลั่ว
ต่างช่วยกันอยู่หลังครัวทั้งคืน
ยิ่งไม่มีเวลาฆ่าคนเข้าไปใหญ่
สรุปแล้วใครน่าสงสัยล่ะ
ขอโทษครับ ๆ
สำนักข่าวมีเรื่องแทรกเลยมาสาย
ยินดีกับคุณชายลั่วที่ได้เป็นอิสระอีกครั้ง
นั่งลงเถอะ
เชิญคุณมาครั้งนี้
ผมอยากสอบสวน
ความสัมพันธ์ทางสังคม ของลั่วเหวินเซิงอีกครั้ง
เป็นไปไม่ได้
อยากตรวจสอบความสัมพันธ์ ทางสังคมของพ่อฉัน
นายต้องเริ่มสืบจากประชากร
ที่อาศัยอยู่ในฮาร์บินอย่างถาวรทั้งหมด
เริ่มจากฟู่เจียเตี้ยน
ไปถึงตลาดเหนือ
จากหนานกั่ง
จนถึงซวงเฉิงฝู่
ต้องตรวจสอบทั้งหมด
ตรวจสอบโดยไม่แยกฐานะสูงต่ำ
แก่ไปกันหมดแล้ว
นี่ นี่นับว่าจัดการได้ยาก
ผมคิดว่า
พวกเราเรียบเรียงกันใหม่อีกครั้งดีไหม
ฆ่าประธานลั่วแล้วโยนความผิดให้คุณชายลั่ว
คนแบบไหนกัน
ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเรื่องนี้
ต้องมีใครบางคน
ที่พวกเราไม่ทันได้สังเกตแน่
ดูมาหลายรอบแล้ว
ยังไม่เจอเบาะแสเลย
ต้องมีอะไรบางอย่างที่เราพลาดไปแน่ ๆ
จินฉี่หมิง
มีอะไรเหรอ
นี่คืออะไรเหรอ
กระดาษบันทึกเสียง
สิ่งนี้อยู่กับพินัยกรรม
เดิมที
บอกว่าจะมอบให้เว่ยหมิ่นซีไปพร้อมกัน
แต่ว่า
คุณกลับสำนักข่าว
หาเครื่องบันทึกเสียงมา
เครื่องบันทึกเสียง
ได้ครับ
ตอนนี้นายไปสถานที่หนึ่ง
อย่างน้อยเธอก็บอกพวกเราก่อน
ว่าเครื่องบันทึกเสียงที่พวกเรารอ หน้าตาเป็นแบบไหน
ใหญ่ประมาณนี้
พร้อมที่จับแบบมือหมุน
ยังมีลำโพงอีก
หนักมาก
พี่ซือถู
ผมเอาเครื่องบันทึกเสียงมาแล้ว
เครื่องนี้ผมเคยเห็น
ห้องนายท่านมีเครื่องหนึ่ง
มีครั้งหนึ่งผมอยากช่วยนายท่านเช็ดฝุ่น
เขายังสั่งสอนผมไปยกหนึ่ง
ผมยังคิดว่าเป็นของมีค่าอะไรซะอีก
แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายไปแล้ว
เจอแล้ว
ผมจำลองดู
หวนกลับไปทั้งกระบวนการของเหตุที่เกิดขึ้น
ความจริงตั้งแต่ต้น
พวกเราต่างตกหลุมพรางที่ฆาตกรวางเอาไว้
ช่วงเวลาเกิดเหตุที่แท้จริง
ไม่ใช่สามทุ่มสี่สิบห้า
และไม่ใช่สามทุ่มครึ่ง
แต่เป็น
ก่อนสามทุ่ม
เป็นไปไม่ได้
ตอนสามทุ่มครึ่ง
ประธานลั่วยังมีชีวิตอยู่แท้ ๆ
[แต่ไหนแต่ไรมา]
[ฉันอยากพูดเรื่องนั้นกับคุณมาตลอด]
[กลับไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไงดี]
นี่คือ...
เสียงนี้คือ...
[ฉันทนรับความกังวลในเรื่องนี้]
[กลัวว่าจะมีคนแย่งทุกอย่างไป]
[เดิมฉันคิดว่า]
[แค่ให้เงิน]
[ก็จะไกล่เกลี่ยคู่กรณีได้]
[แต่กลับคิดไม่ถึง]
[จำนวนครั้งที่ยื่นมือมาขอเงินในระยะนี้]
[บ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ]
[ฉันไม่อยาก ถูกคนอื่นควบคุม]
[ไม่อยากให้คุณ]
ถูกต้อง
เป็นเสียงนี้
เป็นเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินวันนั้น
นี่มีอะไรน่าแปลกใจ
เส้าชวนกลับมาแล้วไง
หรือว่าเส้าชวนฆ่าพี่ชาย
เลียนแบบเขาพูดอยู่ข้างใน
ลั่วเส้าชวน
คุณอาครับ
ผมไม่ได้อยู่ในห้องหนังสือนะ
ใช่ ๆ ๆ
คืออย่างนี้ครับ
วันนั้นที่เปิดประตูห้องหนังสือ
เก้าอี้ก็วางแบบนี้แหละ
มุมของเก้าอี้ตัวนี้
บังเครื่องบันทึกเสียงนี้ได้พอดี
ทำให้คนที่หน้าประตูมองไม่เห็น
คืนนั้นเวลาสามทุ่มครึ่ง
ที่ส่งเสียงออกมา
ก็เป็นเครื่องบันทึกเสียงเครื่องนี้
เพราะเสียงของเครื่องบันทึกเสียงเบามาก
ดังนั้นฟางหงจึงไม่ได้ยิน เนื้อหาเจาะจงอย่างชัดเจน
แล้วเหวินอีก็คิดว่า
ประธานลั่วกำลังอธิบายเรื่องให้คนอื่นฟัง
เพราะที่เล่นอยู่
ก็คือเนื้อหาของจดหมายที่เขาอ่าน
แต่หลังเกิดเหตุ
เครื่องบันทึกเสียงก็หายไป
ซึ่งหมายความว่า
มีคนกลับมาที่เกิดเหตุแล้วเอามันไป
ใช่
เพราะฆาตกรต้องการเอาหลักฐานคืน
ดังนั้น
เขาต้องเป็นคนแรกที่กลับไปที่เกิดเหตุ
ถ้าเป็นเช่นนี้
หลังจากที่ผมจากไป
ฆาตกรก็เข้าห้องหนังสือทางหน้าต่าง
รีบฆ่าประธานลั่ว
ทิ้งสิ่งที่คุณเรียกว่าเครื่องบันทึกเสียงไว้
สร้างภาพลวงว่า
ประธานลั่วยังมีชีวิตอยู่เวลาสามทุ่มครึ่ง
จากนั้นไปจากห้องหนังสือ
ยังเหลือเวลาอีกมาก
แต่นอกจากเขาจะฆ่าคนแล้ว
ยังต้องการโยนความผิด
[รอยรองเท้าบูตทหารคู่หนึ่ง]
[ประทับติดแน่นใกล้กับขอบหน้าต่าง]
นอกจากนี้
คนผู้นี้ยังจะไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หยิบมีดสั้นในห้องรับแขกไป
ครั้งสุดท้ายที่มีดสั้นปรากฏอยู่
ที่โต๊ะเก็บของคือเวลาหกโมงเย็น
ขณะที่เรากำลังทานอาหารกันอยู่
ใครก็สามารถหยิบมันไปจากโต๊ะนั่นได้
ใช่ครับ
วันนั้นคนที่เจอลั่วเส้าชวนก็มากหน้า
คนที่เข้าทางหน้าต่างห้องหนังสือได้ก็ไม่น้อย
คนที่หยิบมีดสั้นไปได้ก็ยิ่งเยอะกว่า
แต่คนที่รู้ว่าตระกูลลั่ว มีเครื่องบันทึกเสียงไม่มากนัก
ฉะนั้นเงื่อนไขทั้งหมดรวมกัน
คนที่ทำได้
ก็มีแค่คุณคนเดียวรองผู้กำกับเซี่ย
ผมคิดว่าการสืบสวนคดีนี้ของคุณ
สืบสวนได้บ้าบอมาก
ทฤษฎีสมคบคิดเช่นนี้
ก็คิดออกมาได้
ภายใต้สายตาของทุกคน
ผมจะหยิบของชิ้นใหญ่ไปได้ยังไง
งั้นก็ต้องถามคุณแล้ว
ว่าเอกสารแผ่นบาง ๆ ไม่กี่หน้า
คุณกลับนำ
กล่องขนาดใหญ่มาใส่
คุณว่า
เพราะอะไรล่ะ
ตอนนั้นไม่มีกล่องที่เหมาะสม
ยิ่งไปกว่านั้น
ผมก็ไม่มีแรงจูงใจในการฆ่าคนด้วย
คนคนนี้ฉันไม่ชอบหน้า
เขาก็เหมือนกับพยาธิในท้องพี่ใหญ่
แต่หากบอกว่าเขาฆ่าคน
เขาก็ไปฆ่าคนแทนพี่ใหญ่ด้วยเหมือนกัน
เขาฆ่าพี่ใหญ่
จะมีประโยชน์อะไรกับเขา
เหล่านี้เป็นเพียงการคาดเดาของผม
แล้วยังมีหลักฐานอีก
วันนั้นคุณออกจากห้องหนังสือ เวลาสองทุ่มห้าสิบ
สามทุ่ม
คุณพบชายแปลกหน้าคนนั้นอยู่นอกประตู
จากตรงนี้ถึงประตูทางเข้าก็ 200 เมตร
ก้าวเดินละก็ใช้เวลาเพียงสามนาที
แต่คุณกลับใช้เวลาถึงสิบนาที
ในการไปกลับทั้งหมดครั้งนี้
ขณะไปกลับนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ
จากกล่องใบใหญ่นั่นของคุณ
หยิบจำพวก
รองเท้าบูตทหารที่ลั่วเส้าชวนน่าจะใส่ออกมา
คุณลับ ๆ ล่อ ๆ
ระมัดระวังทำพื้นรองเท้าเปื้อน
จากนั้นทิ้งสิ่งที่เรียกว่าหลักฐานไว้
ถัดมาคุณไปบาร์ตามหาลั่วเส้าชวน
คุณรู้จักเขาดีเหลือเกิน
คุณรู้
ตราบใดที่บอกกับเขาว่า
พ่อของนายโมโหเพราะนาย
เขาต้องนั่งไม่ติดแน่
ต้องทำตามที่คุณว่า
กลับมาดึกหน่อย
[คุณไปที่บาร์]
[เพื่อยืนยันว่าลั่วเส้าชวนออกไปแล้ว]
[ลั่วเส้าชวนล่ะ]
[คุณชายลั่ว]
[ไปแล้วครับ]
จากนั้นคุณก็รีบกลับมาที่บ้านลั่ว
หลังแอบออกจากห้องหนังสือมาแล้ว
จงใจเจอกับฟางหง
[ลั่วเส้าชวนกลับมาหรือยัง]
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณต้องการ
วันรุ่งขึ้นขณะที่ดำเนินการจับกุม
มีเพียงสองตอนจบที่คุณต้องการ
ถ้าไม่ฆ่าลั่วเส้าชวนให้ตาย
คนตายให้การไม่ได้
ก็ปล่อยเขาไป
ให้เขากลับมาอีกไม่ได้
[ผมเป็นเพื่อนกับประธานลั่วมาหลายปี]
[ผมไม่อยากเห็นครอบครัวเขาไม่มีทายาท]
[ตอนจับกุมระวังหน่อย]
[ครับ]
ตราบใดที่ลั่วเส้าชวนยังไม่ถูกจับหนึ่งวัน
ก็เป็นอีกวันที่ไม่มีใครคิดว่า
คดีนี้มีเรื่องซ่อนเร้นอีกเรื่อง
จะว่าไปโชคของคุณค่อนข้างดีมาก
คืนก่อนหน้านั้น
ลั่วเส้าชวนดื่มมากไป
เขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ไม่ได้เลย
และคำให้การของโจวจิ้งเซวียน
ก็เลื่อนเวลาเกิดเหตุออกไป
ซึ่งช่วยให้ข้อพิสูจน์ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ
ของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยปริยาย
ส่วนคุณ
เป็นผู้สืบสวนหลักในคดีนี้
ตราบใดที่คุณไม่เผยความลับ ของเครื่องบันทึกเสียงนี้
เวลาตายของประธานลั่ว
ก็จะอยู่ระหว่างสามทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มเสมอ
น่าเสียดาย
โชคของคุณนับว่าไม่ดีเท่าไร
เก้าอี้ถูกย้ายโดยใครบางคน
รายละเอียดเล็กน้อยแค่นี้
ฟางหงกลับจำได้
รวมทั้ง
ลั่วเส้าชวนรู้จักผมมาก่อน
หลักฐานที่สำคัญที่สุด
กระดาษบันทึกเสียงแผ่นนี้
ก็เจอในบ้านของคุณอีก
ที่บันทึกไว้ในนี้
ถึงจะเป็นเนื้อหาที่แท้จริง
ของจดหมายฉบับนั้น
[แต่ไหนแต่ไรมา]
[ฉันอยากพูดขอโทษกับคุณมาตลอด]
[ไม่รู้ว่าควรเอ่ยปากเรื่องนี้ยังไงดี]
[หลายปีมานี้]
[ฉันทนรับความกังวลในเรื่องนี้]
[กลัวว่าจะมีคนแย่งทุกอย่างไป]
[เดิมฉันคิดว่า]
[แค่ให้เงิน]
[ก็จะไกล่เกลี่ยคู่กรณีได้]
[แต่กลับคิดไม่ถึง]
[จำนวนครั้งที่ยื่นมือมาขอเงินในระยะนี้]
[บ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ]
[ฉันไม่อยาก]
[ถูกคนอื่นควบคุม]
[ไม่อยากให้คุณถูกคนอื่นควบคุม]
[ก่อนจะแต่งงาน]
[ฉันอยากจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย]
[ฉันคิดว่า]
[พวกเราถูกกำหนดให้ไม่มีโชคชะตา]
[นี่คือเรื่องสุดท้าย]
[ที่ฉันจะทำให้คุณได้]
คนที่เผาจดหมายก็ไม่ใช่ลั่วเหวินเซิง
แต่เป็นคุณต่างหาก
ไม่ควร
คุณชายลั่ว
เส้าชวน
รีบหยุดเขาไว้
เขาเห็นคุณเป็นเพื่อนรัก
ทำไมคุณถึงฆ่าเขา
ทำไม
เพราะเขาเองก็ไม่รู้
ว่าจดหมายฉบับนั้นไม่ได้เอ่ย
ว่าคนที่ขู่กรรโชกเว่ยหมิ่นซีเป็นใครกันแน่
ใช่
ฉันเป็นคนขู่กรรโชกเว่ยหมิ่นซี
แรกเริ่มฉันจะปกป้องเธอ
เธอควรจะขอบคุณฉันถึงจะถูก
แต่เธอกลับจะบอกเรื่องนี้
กับลั่วเหวินเซิง
เธอคิดจะตายไปพร้อมกันกับฉัน
นั่นไม่ได้
ฉันจะต้องฆ่าเธอ
ฉันต้องทำให้เธอปิดปากไปตลอดกาล
แต่ฉันไปสาย
ตอนที่ฉันไปถึง
เธอได้เขียนจดหมายฉบับนั้น ให้ประธานลั่วเรียบร้อยแล้ว
รอยหมึก
หลงอยู่บนกระดาษแผ่นที่สอง
ระบุเขียนชื่อของฉัน
แต่สิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงก็คือ
เธอเขียนจดหมายใหม่อีกฉบับ
จดหมายฉบับที่ไม่เอ่ยถึงฉัน
ฉันวางแผนอย่างแยบยลดิบดี
นึกไม่ถึงว่าจะโดนผู้หญิงคนหนึ่งหลอกได้
คุณปกปิดความจริงในตอนนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
นี่ก็คือความจริง
ไม่มีความลับ
ฉันขาดเงิน ฉันต้องไปมาหาสู่
ฉันต้องเข้าสังคม ฉันต้องไต่เต้า
ฉันเป็นเพียงรองผู้กำกับ
หนทางที่ฉันต้องเดินยังอีกยาวไกล
ฉันไม่อยากให้ใครชี้ที่จมูกฉันแล้วพูดว่า
ฉันพึ่งพาความสัมพันธ์ของประธานลั่ว
พวกไร้ค่าที่ไต่เต้าขึ้นมา
ฉันต้องการเงิน
ฉันรู้การตายของสามีเธอ
ไม่ใช่ดื่มเหล้าดื่มจน...
เป็นการวางยา
ใครจะรู้เรื่องนี้ดีไปกว่าฉันได้
เป็นฉัน
ฉันเป็นคนทำทุกอย่าง
ขู่กรรโชก คนที่ฆ่าเว่ยหมิ่นซีตาย
ไม่ใช่คุณเลย
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.