Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Cambodian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Danish
Dutch
English
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Malayalam
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย]
=ยอดนักสืบพิชิตคดี=
=ตอนที่ 5=
เพื่อให้ได้แต่งงานเข้าตระกูลมั่งคั่ง
ก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงอันตราย
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่คิด
ลองคิดดูสิ
เธอกับพี่ใหญ่เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก
แล้วตอนที่พี่ใหญ่จน
ทำไมเธอถึงไม่นึกอยากแต่งงานเข้ามา
แต่กลับต้องการแต่งกับ
ผู้ชายขี้เหล้าทุบตีภรรยา
ต้องการอะไรล่ะ
ไม่ใช่ต้องการเงินหรอกเหรอ
ใครจะไปคิดว่า
ตระกูลลั่วของเราไม่ถึงสองปีก็รุ่งเรืองขึ้นมา
พี่ใหญ่
กลายเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุด
ช่างบังเอิญจริง ๆ
เธอกับพี่ใหญ่
ได้พบกันที่ฮาร์บินอีกครั้ง
อีกทั้ง
ยังไม่ถึงสองปี
สามีของเธอก็เสียชีวิตลงแล้ว
เรื่องนี้ทางตำรวจปิดคดีแล้ว
คุณอย่ามาปล่อยข่าวลือสร้างปัญหาที่นี่
รองผู้กำกับเซี่ย
คุณขี้ลืมจริง ๆ
หากฉันจำไม่ผิด
เพราะเรื่องนี้
ทำให้คุณเลื่อนขั้นจากหัวหน้าตำรวจ เป็นรองผู้กำกับสถานีตำรวจทันที
เมื่อมองดูแล้ว
ตำแหน่งรองผู้กำกับนี้คงต้องยกให้คุณสินะ
เรื่องคลุมเครือแค่นี้
คุณยังมองไม่ออกอีกเหรอ
แม่คะ
คุณพูดเหลวไหลอะไร
เช็คของประธานลั่วขาดไปหนึ่งใบ
คนพวกนี้เหมือนกันหมด
หากไม่เพราะต้องการหา ผลประโยชน์จากตระกูลลั่วของเรา
จะประจบสอพลอพวกเราแบบนี้เหรอ
อย่าคิดว่าเว่ยหมิ่นซีมอบ กระโปรงให้เธอเพียงไม่กี่ตัว
ลิปสติกเพียงไม่กี่แท่ง
เธอก็คือคนดีแล้ว
เรื่องนี้
เธอยุ่งให้น้อยลงจะดีกว่า
พวกเราไปกันเถอะ
เว่ยหมิ่นซีฆาตกรรมสามี
เรื่องที่เว่ยหมิ่นซีฆ่าคน
เริ่มแรกก็ออกมาจากปากของเธอ
หากประธานลั่วไม่แต่งงาน
เธอก็จะกลายเป็นนายหญิงของบ้านนี้
เธอเป็นน้องสะใภ้ของประธานลั่ว
ตอนนั้นลูกชายคนที่สองของตระกูลลั่ว
ออกไปทำธุรกิจ
จมน้ำตายโดยไม่เจตนา
ทิ้งหญิงม่ายคนนี้ไว้ข้างหลัง
ตอนที่ตระกูลลั่วลำบาก
เธอลงแรงไปไม่น้อย
แต่ภายหลังตระกูลลั่วรุ่งเรืองขึ้นมา
ก็ต้องการจะแยกครอบครัว
ประธานลั่วเห็นว่า
จิ้งเซวียนคนนี้เป็นเด็กสาวที่บริสุทธิ์และจิตใจดี
จึงอยากให้ลั่วเส้าชวน แต่งงานด้วยจะได้สงบจิตใจลง
คิดไม่ถึง
เรื่องนี้
กลายเป็นสาเหตุที่
ผู้หญิงคนนี้ต้องการเงิน
คุณรู้ไหมว่า
คนที่ไม่ต้องการให้เว่ยหมิ่นซี
แต่งเข้ามาในตระกูลลั่วมากที่สุดคือใคร
แน่นอนว่าต้องเป็นไป๋ซานซาน
เธอพูดว่าเว่ยหมิ่นซีฆ่าคน
เริ่มแรกฉันเองไม่เชื่อ
แต่ว่า
แต่ว่าอะไรครับ
ในจดหมายที่เว่ยหมิ่นซีส่งมา
ยอมรับเรื่องหนึ่ง
บอกว่าเธอเป็นคนฆ่า
และด้วยเหตุนี้
จึงถูกคนข่มขู่
จดหมายล่ะครับ
หาไม่เจอ
อาจจะ
ถูกประธานลั่วเผาไปแล้ว
หรืออาจจะถูกฆาตกรเอาไปแล้ว
ฉันหาจนทั่วตระกูลลั่ว
ก็หาจดหมายฉบับนี้ไม่เจอ
คุณยังจำได้ไหมว่าในจดหมายเขียนอะไรเอาไว้บ้าง
จำได้
แต่ไหนแต่ไรมา
ฉันอยากขอโทษคุณมาโดยตลอด
เรื่องนี้
ไม่รู้ว่าควรเอ่ยปากยังไงดี
หลายปีมานี้
เรื่องที่ฉันทนทุกข์อยู่นี้
นำมาซึ่งปัญหา
กลัวว่าจะมีใครมาแย่งทุกอย่างไป
ยิ่งกลัวว่าคุณจะเห็นฉันเป็นฆาตกรฆ่าคน
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว
ฉันไม่พูดก็คงไม่ได้
ฉันไม่อยากถูกคนข่มขู่อีกต่อไป
และใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวอีกต่อไป
ฉันอยากบอกคุณว่า
คนคนนี้คือใคร
แต่ฉันก็กลัว
ว่าคุณจะถูกทำร้าย
แต่ว่า
ตั้งแต่ต้นจนจบจดหมายไม่ได้บอกว่า
คนที่ข่มขู่เธอคือใคร
เว่ยหมิ่นซีกลัวว่าประธานลั่วจะถูกทำร้าย
สำหรับคนที่ถูกข่มขู่
การถูกทำร้ายที่รุนแรงที่สุด
ก็คงหนีไม่พ้นความกลัวที่จะถูกเปิดเผยความลับ
และสำหรับประธานลั่วแล้ว
การถูกทำร้ายที่รุนแรงที่สุด
ก็คือการรักฆาตกร
เว่ยหมิ่นซีกลัวอะไรกันแน่
จึงไม่ยอมบอกชื่อของฆาตกรคนนี้
ให้ประธานลั่วรู้
ฉันเองก็เคยคิดถึงคำถามข้อนี้
คำตอบเดียวที่พอจะคิดออก
ก็คือผู้ที่ข่มขู่คนนี้
ก็เป็นคนที่ประธานลั่วรัก
ดังนั้น
เว่ยหมิ่นซีจึงพูดไม่ได้
ตอนนี้มีประกาศจับลั่วเส้าชวนไปทั่วเมือง
ผมว่าทางตำรวจ
คงจะได้เบาะแสที่ชัดเจนกว่านี้แล้ว
จริงสิ เวลาประมาณสองทุ่มห้าสิบ
[ฉันออกมาจากห้องหนังสือ]
ผมคิดว่านายท่านกำลังเรียกผม
[พบเข้ากับฟางหง]
[เป็นคนรับใช้คนหนึ่งของตระกูลลั่ว]
[กำลังเดินอยู่ในห้องรับแขก]
[ออกจากประตูใหญ่มาได้ไม่นานนัก]
[ก็ถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่ง]
[ชนเข้าโดยไม่ระวัง]
[ตอนนั้นน่าจะเป็น]
[เวลาประมาณสามทุ่ม]
ขอโทษด้วย ๆ
นายไม่มีตาหรือยังไง
คืนนั้นลั่วเส้าชวนไม่ได้กลับบ้าน
อีกทั้งจดหมายของเว่ยหมิ่นซี
ก็พูดไม่ชัดเจน
พวกเราต่างกลัวว่า
เด็กคนนี้เป็นคนทำผิด
ฉันจึงไปหาเขาที่บาร์
รองผู้กำกับเซี่ย
เส้าชวนล่ะ
คุณชายลั่ว
ไปแล้วครับ
ไปตั้งแต่เมื่อไร
น่าจะประมาณ
สามทุ่มกว่าครับ
คงดื่มหนักไปหน่อย
วันนี้ดื่มไปไม่น้อยจริง ๆ
รู้ไหมว่าไปไหน
คงกลับบ้านแล้วครับ
ผมได้ยินเขาพึมพำเช่นนี้ก่อนออกไป
พนักงานชงเหล้าพูดว่า
ลั่วเส้าชวนออกไปแล้ว
ฉันจึงรีบตามกลับมาที่ตระกูลลั่ว
และพบเข้ากับฟางหงพอดี
ลั่วเส้าชวนกลับมาหรือยัง
คุณชาย
จะกลับมาเหรอครับ
ตอนนั้นทุกคนในบ้าน
ต่างไม่ได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องหนังสือ
อีกทั้งในที่เกิดเหตุ
ก็ไม่ทิ้งร่อยรอยของการต่อสู้
ดังนั้นฉันจึงทำคดี
แบบตัดคนนอกออก
ประธานลั่ว
นายท่าน
ประธานลั่ว
-นายท่าน -ประธานลั่ว
ไปตามหมอมาเร็ว
ครับ
ตรวจสอบอาวุธสังหารหรือยังครับ
เป็นของสะสมของตระกูลลั่ว
เดิมทีวางอยู่ในโต๊ะเงินที่ห้องนั่งเล่น
บนอาวุธสังหารมีรอยนิ้วมือ
แต่ไม่สามารถเทียบกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวได้
ดังนั้นพวกเราจึงคิดว่า
รอยนิ้วมืออาจจะเป็นของลั่วเส้าชวน
เปรียบเทียบกับรอยนิ้วมือ ของทุกคนในบ้านแล้วหรือยัง
ทุกคนนอกเหนือจากลั่วเส้าชวน
เปรียบเทียบหมดแล้ว
ผมหมายถึงทุกคน
รวมถึงประธานลั่วด้วย
ล้อเล่นอะไรกัน
ท่าทางของเขาเช่นนี้
จะฆ่าตัวตายได้ยังไง
ลองดูก็รู้แล้ว
รองผู้กำกับเซี่ย
รบกวนตุณด้วยนะครับ
ยังไม่กลับมาอีกเหรอ
หิวจะแย่อยู่แล้ว
คุณนายเสิ่น
หัวหน้าตำรวจเปา
คุณนายเสิ่น
รองผู้กำกับเซี่ยให้ผมมาเอาเอกสาร
พอดีว่าคุณไม่อยู่บ้าน
ไปซื้อกับข้าวหรือครับ อากาศหนาวขนาดนี้
ค่ะ
ผมเอง ๆ ๆ
ขอบคุณค่ะ
ซือถูเหยียนล่ะคะ
มาเอาเอกสารของเขานี่แหละครับ
เขาอยู่ที่ตระกูลลั่ว
ตัวปัญหาของตระกูลลั่วไป๋ซานซาน
ต้องการเปิดพินัยกรรมตอนนี้
ทนายซือถูรีบร้อน
จึงลืมหยิบไป
รีบร้อนขนาดนั้นเลยเหรอคะ
ไหนบอกว่าคุณชายลั่วยังไม่กลับมาไม่ใช่เหรอ
ก็ใช่นะสิ
เจ้าสารเลวนี่
กล้าฆ่าพ่อ
เช้าวันนี้
คนของเราไปจับเขา
ได้ยินว่าทำร้ายตำรวจก่อนแล้วจึงหลบหนี
ไม่ใช่ว่าตอนนี้
มีประกาศจับเขาไปทั่วเมืองหรือยังไง
อะไรนะ ลั่วเส้าชวนฆ่าพ่อเหรอ
พวกเราเองก็คิดไม่ถึง
เชิญ ๆ ๆ
คุณช้าหน่อย ช้าหน่อย
ขอบคุณค่ะ
หัวหน้าตำรวจเปา
เชิญคุณนั่งก่อนนะคะ
ซือถูเหยียนต้องการอะไร
ฉันจะไปหยิบให้คุณ
ไม่ ๆ ๆ
ไม่ต้อง ๆ ๆ
ผมรู้ว่าของอยู่ที่ไหน
ผมจะไปหยิบเอง
ถ้างั้นฉันจะชงชาให้คุณนะคะ
ชาอะไรเหรอ
ไม่ต้องยุ่งยากหรอก
ไม่ยุ่งยากหรอกค่ะ
เป็นชาใหม่ของปีนี้ทั้งนั้น
ได้ยินว่า
ซือถูเหยียนกับลั่วเส้าชวนคนนั้นรู้จักกัน
หลังจากนี้หากคุณออกไปเดินเล่น
หรือไปซื้อกับข้าว
หากพบเข้าละก็
ต้องบอกพวกเราทันทีนะ
เจ้าหมอนี่
แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังฆ่าได้
หัวหน้าตำรวจเปา
หาของเจอหรือยังคะ
หาเจอแล้ว
คุณดูสิ ของสิ่งนี้
ถ้างั้นฉันจะไปส่งคุณ
คุณบอกว่า
จะไปชงชาไม่ใช่เหรอ
ชาใหม่
คุณบอกว่าไม่ต้องไม่ใช่เหรอ
คุณ คุณนี่ช่างซื่อจริง ๆ
หรือ
ว่า
ผม ผม ผมขอตัวกลับก่อน
กลับแล้วครับ
งั้นไม่ส่งแล้วนะคะ
ได้ ๆ ๆ
เว่ยหมิ่นซีถูกฆ่าหลังจากที่ส่งจดหมายเรื่องถูกข่มขู่
ประธานลั่วถูกฆ่าหลังจากได้รับจดหมาย
ฉันรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร
หากคดีนี้ลงมือแค่คนเดียว
ลั่วเส้าชวนก็ไม่มีทางเป็นฆาตกรไปได้
แต่ฉันว่าคดีฆาตกรรมทั้งสองครั้งนี้
ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เมื่อวิเคราะห์จากเบาะแสที่ทิ้งเอาไว้ในที่เกิดเหตุ
การตายของเว่ยหมิ่นซีมีความเป็นไปได้สองอย่าง
อย่างแรกคือถูกปล้น
ฆาตกรยังไม่ได้ตามที่ต้องการ
จึงบังคับให้เว่ยหมิ่นซีมอบเงินออกมามากขึ้น
สุดท้ายไม่อาจควบคุมตัวเองได้ จึงรัดคอเธอจนตาย
ส่วนความเป็นไปได้อีกหนึ่งอย่าง
จ้างวานฆ่า
ใช่
มีคนไม่ต้องการให้เว่ยหมิ่นซีแต่งเข้าตระกูลลั่ว
สุดท้ายจึงส่งผลให้
หลายวันมานี้อารมณ์ของประธานลั่วไม่ดี
จึงเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงกับลูกชาย
ประกอบกับเรื่องการข่มขู่
ประธานลั่วสงสัยว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนทำ
คืนเกิดเหตุลั่วเส้าชวนเองก็ดื่มเหล้า
พวกเขาทั้งสองจึงไม่มีทางพูดคุยกันได้อย่างสงบ
สุดท้าย
ลั่วเส้าชวนควบคุมตัวเองไม่ได้
ฆ่าพ่อของเขาเอง
จดหมายฉบับนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่
เป็นไปได้ไหมว่า
ถูกประธานลั่วเผาไปแล้ว
เป็นไปไม่ได้
นั่นเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของเว่ยหมิ่นซี
เมื่อคืนตอนที่ฉันมาถึงที่เกิดเหตุ
เป็นเวลาประมาณสี่ทุ่ม
หน้าต่างเปิดอยู่
อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงมีรอยเท้า
เป็นรอยเท้าที่ไม่ปกติ
เช้าตรู่วันนี้
ตอนที่พวกเราไปยังโรงแรมที่ลั่วเส้าชวนเข้าพัก
เพื่อจับกุมเขา
เขาก็กระโดดหน้าต่างหนีไปแล้ว
แต่พวกเราได้เราเก็บรวมรวม รองเท้าบูททหารของเขาจากที่เกิดเหตุ
หลังจากเปรียบเทียบกันแล้ว ปรากฏว่าเหมือนกับรอยเท้า
หน้าต่างถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไร
หลังจากตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ
งั้นตอนที่พบศพ
หน้าต่างเปิดอยู่ไหม
เปิดอยู่
วัดให้ดี ๆ นะ
ละเอียดหน่อย
อย่าทำอะไรลวก ๆ
ฉันกำลังหาเธออยู่พอดี
เธอจะดูที่เกิดเหตุก็ดูไป
แต่อย่าแตะต้องของในบ้านให้เสียหายเด็ดขาด
ดูเสร็จแล้วก็รีบไปซะ
มาทางนี้
ครับ
คุณช่วยวัดทางนี้ให้ฉันด้วยนะ
เถ้ากระดูกของประธานลั่วยังไม่ทันเย็น
คุณก็รีบร้อนรื้อบ้าน
สดชื่นจะตายไป
พี่ใหญ่ถูกคนฆ่าตายไปแล้ว
ถ้าฉันไม่ทำหน้าต่างให้แข็งแรงสักหน่อย
จะรอให้คนเลวมาทำร้ายฉันหรือยังไง
ใช้ได้ที่ไหน
ทำงานให้ขยันขันแข็งกันหน่อย
อย่าทำตัวเหมือนไร้จิตวิญญาณแบบนี้
ผู้หญิงเสียสติคนนี้
ทางที่ดีอย่าให้ฉันรู้ว่า
คดีนี้เกี่ยวข้องกับเธอเด็ดขาด
ลั่วเส้าชวนถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก
ใช้เงินเหมือนน้ำ
เพราะต้องการเงิน
จึงทะเลาะกับพ่อของเขาไม่หยุด
ทำให้นายท่านโกรธ
จนต้องทำสัญญาให้เขาแต่งงาน
กับโจวจิ้งเซวียนเมื่อสองปีก่อน
คิดว่าเมื่อแต่งงานแล้วจะสงบจิตใจลงได้
แต่เจ้าหมอนี่
กลับหนีไปเป็นทหารที่เฟิ่งเทียน
สองปีมานี้
กลับไม่เคยเห็นเขาเอ่ยปากขอเงินอีก
ผู้ชายในวัยนี้
เป็นเวลาที่ชอบเที่ยวเล่น
เดิมทีเป็นนักดื่มอยู่แล้ว
เมื่อประกอบกับฝิ่นและการพนันเข้าไปอีก
ทุกอย่างก็พังหมด
คนที่เป็นพ่อแม่
มีหรือที่จะ
ไม่ช่วยชดใช้แทนลูก
คฤหาสน์แห่งนี้นับว่าใหญ่มาก
จากตรงนี้ไปถึงห้องหนังสือคงสัก 200 เมตรเห็นจะได้
พวกเขาตรวจสอบช่องทางการเงินของลั่วเส้าชวนหรือยัง
เขาไม่ใช่คนประเภทที่ว่า
ได้เงินมาแล้วจะเก็บเอาไว้
หมายความว่าบัญชีของเขาไม่มีปัญหา
กินช้า ๆ หน่อย
อย่าให้ติดคอเข้าละ
น้าเสิ่น
อาหารที่คุณทำอร่อยมากเลยครับ
เธอหิวต่างหากละ
เป็นอาหารที่ทำกินกันในบ้านทั้งนั้น
ฉันยังกลัวว่าเธอจะไม่ชินกับรสชาติเสียอีก
อาหารที่ทำกินภายในบ้าน
เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
ผมไม่ได้กินรสชาติแบบนี้มานานแล้ว
ที่จริงผมหวังอย่างยิ่งว่า
เมื่อผมตื่นขึ้นมา
นี่จะเป็นเพียงแค่ฝันร้าย
พ่อของผมยังมีชีวิตอยู่
เขาจะตีผมด่าผมยังไงก็ได้
น้าเสิ่น
ต่อไป
คุณจงเห็นผมกับซือถูเหยียน
เป็นเหมือนลูกชาย
พวกเราจะกตัญญูต่อคุณเอง
หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวานนี้
ผมชอบกินที่สุด
เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ
เหมือนที่แม่ของผมทำเลย
หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวานในโลกนี้ ก็มีรสชาติเปรี้ยวหวานทั้งนั้น
ยุ่งมาทั้งวันแล้ว
เธอเองก็คงหิวแล้วเหมือนกันใช่ไหม
ขอบคุณครับอาจารย์แม่
นั่งลงเร็วเข้า
หาเบาะแสเจอหรือยัง
มีความคิดบ้างแล้ว
นี่คุณ
คุณทำตัวยุ่งยากเกินไปไหม
ยุ่งยากเหรอ
ความเคยชินส่วนตัวน่ะ
คุณซือถู
คุณยังจะบอกว่าคุณไม่รู้ที่อยู่ของเส้าชวนอีกไหม
คุณสะกดรอยตามผม
คุณไม่ได้ฆ่าคุณลุง
แล้วทำไมคุณต้องมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่
ทำไมไม่ไปหาคุณลุงเซี่ย
แม้แต่เธอก็สงสัยฉันใช่ไหม
หากคุณไม่มีปัญหา
ทำไมคุณไม่กล้าไปพบตำรวจ
ทำไมคุณไม่ไปอธิบายกับคุณลุงเซี่ยให้ชัดเจน
เส้าชวน
พวกเธอดื่มชากันก่อนสิ
จิ้งเซวียน
เซี่ยฮว่ากับซือถูไม่เหมือนกัน
ซือถูอยากสืบคดีนี้ยังไงก็ได้
แต่เซี่ยฮว่าทำไม่ได้
เขาเป็นรองผู้กำกับ
การเคลื่อนไหวของเขา
จะแสดงออกถึงทัศนคติของตำรวจ
เขาจะถูกตัดสินโทษหรือไม่
นั่นอยู่ที่การพิจารณาคดี
ดังนั้น
เรื่องนี้
ก่อนที่ความจริงจะกระจ่าง
คนยิ่งรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี
เข้าใจไหม
ตอนนี้จุดต้องสงสัยมีมาก
อีกทั้งทางตำรวจก็อุปาทานไปก่อนแล้วว่า
ลั่วเส้าชวนคือฆาตกร
ตอนนี้มอบตัวเขาออกไป
เขาไม่มีทางได้รับการพิจารณาคดี อย่างยุติธรรมแน่นอน
ฉันเองไม่ได้สงสัยคุณ
ฉันเองก็ไม่เชื่อว่าคุณจะฆ่าคน
แต่ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมบอกฉัน
บอกเธอ
ไม่เท่ากับบอกไป๋ซานซานหรอกเหรอ
บอกไป๋ซานซาน
ไม่เท่ากับบอกให้คนทั้งโลกรู้หรอกเหรอ
อีกทั้งฉันให้ซือถูเหยียนไปหาเธอแล้ว
แต่เธอดูสิ
เธอรู้แล้ว
ก็ยังคิดว่าฉันมีปัญหาอยู่ดี
ฉันเปล่านะ
ฉันเปล่า
ผมเห็นที่เกิดเหตุแล้ว
ฆาตกรเข้ามาในห้องหนังสือ บ้านคุณผ่านทางหน้าต่าง
ทิ้งรอยเท้าเอาไว้ตรงขอบหน้าต่าง
รอยเท้านั้นกับรอยรองเท้า บูททหารตอนที่นายอยู่โรงแรม
เหมือนกันเป๊ะ
ช่วงบ่ายเมื่อวานนายทะเลาะกับพ่อของนาย
ซ้ำยังมีคนเห็นนายกลับบ้านอีก
เหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานที่ ไม่เป็นประโยชน์กับนายเลย
ฉันจำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ
นายไม่รู้สึกว่ามันแปลกเหรอ
มีอะไรแปลก
หลักฐานทุกอย่างต่างบ่งชี้ไปที่นาย
เดี๋ยวสิ นี่นายหมายความว่ายังไง
เบาะแสลายนิ้วมือจะออกมาช้าสักหน่อย
นายพูดเรื่องเว่ยหมิ่นซีให้ฉันฟังก่อนเถอะ
เว่ยหมิ่นซี
ได้ยินมาว่านายไม่อยากให้เธอแต่งงานเข้ามา
ฉันกับเว่ยหมิ่นซีไม่มีความขัดแย้งอะไรกันเลย
ฉันไม่ได้ไม่อยากให้เธอแต่งเข้ามา
ฉันแค่โกรธพ่อของฉัน
นายว่าการแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้
แต่เขากลับไม่บอกฉันสักคำ
ที่จริงฉันอยากให้เว่ยหมิ่นซีแต่งเข้ามาเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ
เรื่องที่ไปเป็นทหาร
หากไม่ใช่เพราะเธอช่วยเหลือฉัน
พ่อของฉันคงหักขาฉัน
แล้วขังเอาไว้ในบ้านนานแล้ว
การตายของสามีเก่าเว่ยหมิ่นซี
นายรู้รายละเอียดอะไรบ้างไหม
นายได้ยินไป๋ซานซานพูดอะไรเหลวไหลมาใช่ไหม
ไป๋ซานซานไม่ต้องการให้ผู้หญิงหน้าไหน
เข้ามาในบ้านของเราทั้งนั้น
เมื่อสามีเก่าของเว่ยหมิ่นซีตาย
เธอก็ปล่อยข่าวลือ
ว่าเว่ยหมิ่นซีฆ่าสามี
ดังนั้นคำพูดของเธอ นายห้ามฟังเด็ดขาด
แต่คุณลุงเซี่ยสืบรู้มาแล้วว่า
เธอถูกคนข่มขู่
นอกจากเรื่องนี้แล้วยังจะมีเหตุผลอะไรอีก
แต่ยังไงฉันก็ไม่เชื่อ
หลังจากที่พ่อของคุณขอแต่งงานได้เพียงไม่กี่วัน
เธอก็สารภาพเรื่องฆ่าสามีออกมาทั้งหมด
แต่ที่น่าแปลกก็คือ
เธอไม่ยอมบอกว่าคนที่ข่มขู่เธอคือใครกันแน่
เธอบอกพ่อของฉันว่าเธอฆ่าคน
แต่ไม่บอกพ่อว่าใครข่มขู่เธอ
นี่มันสมเหตุสมผลหรือ
ดังนั้นทางตำรวจเองก็คิดว่า
คนที่ข่มขู่คือคนในครอบครัวของนาย
ที่เธอไม่พูดก็เพื่อปกป้องคนคนนี้
และที่บังเอิญยิ่งกว่าก็คือ
สองปีมานี้
นายไม่เคยเอ่ยปากขอเงินพ่อคุณเลย
ดังนั้นฉันจึงเป็นคนข่มขู่เธอหรือ
สาเหตุที่ฉันไม่ขอเงินพ่อของฉันเป็นเพราะ
เพราะในใจของเขา
เงินสำคัญกว่าฉัน
ตลอดชีวิตของฉัน
ไม่อยากจะคอยรองรับอารมณ์ใด ๆ
เพียงเพราะต้องการขอเงินอีกแล้ว
ฉันมีมรดกที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้ผม
และยังมีรายได้อีกเล็กน้อย
ฉันเองก็กำลังทำธุรกิจ
ดังนั้นฉันจึงไม่ขาดแคลนเงิน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่
บ้านของเรามีคนคอยจับตาดูอยู่
วัน ๆ เอาแต่รอคอยที่จะแบ่งแยกครอบครัว
เพราะเรื่องการแบ่งมรดก
ตอนที่พ่อของฉันยังมีชีวิตอยู่
ไป๋ซานซานทะเลาะกับเขาหลายครั้ง
ล้วนเป็นเพราะเรื่องนี้
จริงสิ
ตอนที่พ่อของฉันตาย
ไป๋ซานซานทำอะไรอยู่
แม่ของฉันไม่ใช่คนแบบนี้
อีกอย่างเมื่อคืนคุณลุงเซี่ยก็ตรวจสอบออกมาแล้วว่า
พวกเราล้วนไม่มีปัญหา
คุณเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลลั่ว
เส้าชวนเป็นคู่หมั้นของฉัน
คุณป้าเป็นคนเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก
ดังนั้นพวกเราจึงนับถือกันเป็นแม่ลูก
ครั้งสุดท้ายที่คุณพบกับประธานลั่ว
คือตอนไหน
กลางคืนค่ะ
ประมาณสามทุ่มสี่สิบ
ฉันได้ยินว่าคุณลุงอารมณ์ไม่ดี
ก็เลยอยากจะไปบอกราตรีสวัสดิ์เร็วสักหน่อย
ตอนที่ฉันออกมา
ยังพบกับฟางหงด้วย
เขายกน้ำชามาให้
แต่คุณลุงไม่อยากให้ใครรบกวน
ดังนั้นฉันจึงบอกเขาว่าไม่ต้องเข้าไป
จากนั้นฉันจึงกลับไปคุยเล่นกับคุณแม่ที่ห้องนอน
จนกระทั่งพวกคุณมา
ชื่อแซ่
คุณถามชื่อแซ่ฉัน
คุณไม่รู้หรือว่าฉันเป็นใคร
ตอนนี้คุณ
กำลังสงสัยว่าฉันฆ่าคนเหรอ
คุณฟังให้ดีนะ
คืนนี้ทั้งคืน
ฉันอยู่ในห้องนอนตลอดเวลา
ไม่ได้ออกไปไหนเลย
จะบอกคุณตามตรงนะ
หากลั่วเหวินเซิงยังมีชีวิตอยู่
เขาเองก็ยังไม่กล้าพูดแบบนี้กับฉันเลย
ฉันชื่อเหวินอี
เป็นแม่บ้านของตระกูลลั่ว
รับผิดชอบดูแลงานทั้งหมดภายในบ้าน
เพราะนายท่านต้องการจัดเลี้ยงคุณคืนนี้
ดังนั้นฉันจึงยุ่งอยู่ในครัวทั้งคืน
หลังจากมื้อเย็นเสร็จสิ้น
ฉันก็เก็บกวาดจนถึงสามทุ่มครึ่ง
จากนั้นก็กลับห้องเพื่อคิดเงินเดือนในสัปดาห์นี้ให้ทุกคน
คิดจนถึงสามทุ่มสี่สิบห้านาที
ฉันก็กลับไปที่ห้องครัวอีกครั้งเพื่อแจกเงินเดือนให้ทุกคน
จนกระทั่งถึงเวลาสี่ทุ่มห้านาที
ฟางหงก็เข้ามาบอกพวกเราว่า
นายท่านถูกฆ่า
พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคืน
ผมไม่ได้ออกจากห้องครัวเลย
ผมชื่อฟางหง
เป็นบ่าวคนสนิทของนายท่าน
รับผิดชอบดูแลนายท่านโดยเฉพาะ
กลางคืน
ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
ก็แค่วิ่งไปวิ่งมา
และไปรับเงินเดือนมาหนึ่งรอบ
และยกน้ำชาไปให้นายท่านอีกหนึ่งรอบ
แต่ได้พบกับคุณหนูจิ้งเซวียน
เดินออกมาจากในห้อง
เธอบอกให้ผมกลับไป
ตอนนั้นเป็นเวลากี่โมง
สามทุ่มสี่สิบห้านาที
น่าจะใช่
ตอนที่ผมกลับไปถึงห้องครัว
พี่เหวินอีกำลังแจกเงินเดือนอยู่พอดี
ดังนั้น
จึงมีเพียงฉันที่ไม่มีหลักฐานว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ
เมื่อครู่นายพูดว่า
ตอนที่พ่อของฉันถูกฆ่า
พวกเขาไม่ได้ยินอะไรเลยงั้นเหรอ
ถ้างั้นก็ไม่มีทางเป็นฉันไปได้
ตอนที่พวกเราสองคนพบหน้ากัน
ไม่มีทางเงียบขนาดนี้
นายจำเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้อีกไหม
จะเลือนลางแค่ไหนก็ได้
เรื่องอื่น
แหวนของฉันล่ะ
สองวันมานี้ฉันสวมแหวน
อีกทั้งยังคับมากอีกด้วย
ไม่มีทางหลุดง่าย ๆ แน่
คุณนาย
ไปทำอะไรมา
หนู หนูรู้สึกไม่ค่อยสบาย
ก็เลยออกไปสูดอากาศข้างนอกค่ะ
ไม่ทันได้ดูเวลา
ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้ว
เธอเป็นหญิงผู้ดี
ดึกขนาดนี้เตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกคนเดียว
หากใครเห็นเข้าจะถูกนินทาเอาได้
ครั้งหน้าหนูจะระวังค่ะ
ในบ้านนี้ไม่มีใครทำให้ฉันวางใจได้สักคน
แม่คะ
มีอะไร
ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ
ฉันมีเรื่องที่ต้องกำชับเธออีกหนึ่งอย่าง
เรื่องเมื่อคืน
เธอห้ามบอกใครเด็ดขาด
ต้องระวังให้มาก
คุณพูดถึงคุณชายลั่วหรือ
มีคนคนหนึ่งอยู่กับเขา
พอจะจำได้ไหมว่าเป็นใคร
เวลาประมาณสี่ทุ่ม
มีคนคนหนึ่ง
อยู่ตรงนั้น
คนคนนั้น
สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
เขาค้นตัวคุณชายลั่วอยู่พักใหญ่
ไม่แน่ว่า
อาจจะเป็นขโมย
ทำอะไรน่ะ
คุณหมายความว่า
เมื่อคืนตอนสี่ทุ่ม
เขากลับมาแล้ว
ใช่ครับ
จากที่นี่เดินกลับไปยังคฤหาสน์ ตระกูลลั่วต้องใช้เวลานานเท่าไร
จากนี่กลับไปคฤหาสน์ตระกูลลั่ว
ประมาณยี่สิบนาทีครับ
ตอนสามทุ่มสี่สิบห้านาทีประธานลั่วยังมีชีวิตอยู่
นั่นก็หมายความว่านายไม่ใช่ฆาตกร
ฉันมีความคิดอย่างหนึ่ง
อะไร
เว่ยหมิ่นซีถูกคนข่มขู่
ก่อนตายเธอส่งจดหมายมาหนึ่งฉบับ
ตัดสินใจว่าจะสารภาพเรื่องนี้
แต่หลังจากที่พ่อของนายได้รับจดหมาย
กลับพบว่า
เธอไม่ได้บอกว่าคนที่ข่มขู่เธอคือใคร
ไม่ช้าเขาก็ถูกฆ่าตายแล้ว
คนที่ข่มขู่ไม่ใช่นาย
แล้วยังมีใครอีก
ที่ควรค่าให้เว่ยหมิ่นซีปกป้อง
เธอเองก็ไม่มีญาติที่ไหน
หรือเป็นคนในครอบครัวของฉัน
อาวุธสังหารคือกริชในบ้านของนาย
ซ้ำยังชี้หลักฐานความผิดทั้งหมดมาที่นาย
นี่เป็นคดีฆาตกรรมที่มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้ว
จดหมายที่ระบุข้อเท็จจริงเรื่องการข่มขู่
หลังจากเกิดคดีขึ้นก็หายไปทันที
ฆาตกร
เป็นไปได้อย่างมากว่าคือคนที่ข่มขู่คนนั้น
แล้วทำไม
แล้วทำไมเขาถึงไม่ฆ่าเว่ยหมิ่นซี
เพื่อตัดรากถอนโคนใช่ไหม
เขาฆ่าแล้ว
แต่ก็ไม่ทันการแล้ว
จดหมายถูกส่งออกไปแล้ว
สรุปว่า
คนคนนี้น่าจะคุ้นเคยกับคนในครอบครัวนายเป็นอย่างดี
ไป๋ซานซานกับพี่เหวิน
เธอสองคนไม่มีทางเป็นฆาตกร
คนหนึ่งขี้ขลาด
ส่วนอีกคนยังอยากเป็นแม่เลี้ยงของฉัน
ส่วนผู้ต้องสงสัยคนอื่น ๆ ล้วนมีหลักฐานว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ
จะต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่นอน
ยังมีเช็คใบนั้นอีก
เช็คอะไร
พวกเราตรวจสอบบัญชีรายวันของพวกคุณ
พบว่าเช็คหายไปหนึ่งใบ
เช็คของประธานลั่วขาดไปหนึ่งใบ
คนพวกนี้เหมือนกันหมด
หากไม่เพราะต้องการหา ผลประโยชน์จากตระกูลลั่วของเรา
จะประจบสอพลอพวกเราแบบนี้เหรอ
อย่าคิดว่าเว่ยหมิ่นซีมอบกระโปรงให้เธอเพียงไม่กี่ตัว
ลิปสติกเพียงไม่กี่แท่ง
เธอก็คือคนดีแล้ว
เรื่องนี้
เธอยุ่งให้น้อยลงจะดีกว่า
พวกเราไปกันเถอะ
แบบนี้ก็ถูกแล้วนี่
จุดประสงค์ของฆาตกรก็คือเงิน
เอาเช็คไปก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
นายให้เหล่าเซี่ยไปจับตาดูที่ธนาคาร
ใครไปขึ้นเงิน คนนั้นก็คือฆาตกร
ฉันจะวิเคราะห์ให้นายฟังนะ
ไป๋ซานซานน่ะ
ขอเงินพ่อฉันทั้งวัน
หากให้ช้า
ให้น้อย
เธอก็จะปล่อยข่าวลือไปทั่ว ว่าครอบครัวของฉันรังแกเธอ
ถ้าจะบอกว่าเธอมีแรงจูงใจ ในการฆาตรกรรมแล้วล่ะก็
ก็คงมีเพียงเรื่องเงินเท่านั้น
จิ้งเซวียน
จิ้งเซวียนเป็นไปไม่ได้
ฉันเห็นเธอตั้งแต่เล็กจนโต
ส่วนพี่เหวิน
พี่เหวินอาจจะรู้
เรื่องทุกอย่างของพ่อฉัน
ล้วนต้องผ่านเธอทั้งหมด
ก่อนที่พ่อของฉันจะแต่งงานกับคุณน้าเว่ย
ทั่วทั้งฮาร์บินต่างก็คิดว่าคนที่เขาจะสู่ขอคือพี่เหวิน
นายว่าจะเป็นไปได้ไหมว่า
เพราะความรักจึงทำให้เธอแค้นใจ
เพราะเธอเป็นไปได้มากที่สุด
ที่จะสามารถติดสิบบนคนใช้ของเรา
คนรับใช้ของเราฟังเธอแค่คนเดียว
ไม่ฟัง
ไป๋ซานซานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายหญิงเลยสักนิด
ความหมายของนายคือ
ทุกคนในบ้านของนาย
ทุกคนล้วนมีปมอยู่ในใจ
พร้อมที่จะฆ่าพ่อของนาย
แต่ทุกคนล้วนมีหลักฐานว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ
เพราะงั้นฉันถึงคิดได้แค่นี้
ตื่นแล้วเหรอ
ผมเอง ๆ ๆ
มา ช้าหน่อย
หลังจากเรื่องนี้จบลงแล้ว
ผมจะหาคนมาช่วยดูแลคุณ
ไม่ต้องหรอก เรื่องพวกนี้
ฉันทำจนชินแล้ว
ซือถูช่วยผมมากมายขนาดนี้
ผมต้องชดใช้บุญคุณครั้งนี้
อยากชดใช้บุญคุณง่ายมาก
อีกเดี๋ยวกินเสร็จก็ไปล้างจานซะ
เรื่องแบบนี้
จะรบกวนคุณชายลั่วได้ยังไง
คนที่อาศัยใต้ชายคาผู้อื่น
ก็ควรมีท่าทีแบบคนที่อาศัยใต้ชายคาผู้อื่นถึงจะถูก
รองผู้กำกับเซี่ยให้ผมมารับคุณ
รีบไปที่ตระกูลลั่วอีกหนึ่งครั้ง
ผลการเปรียบเทียบลายนิ้วมือออกมาหรือยัง
ฉลาดนี่
คุณเดาถูกแล้ว
คุณคิดออกได้ยังไงว่า
ลายนิ้วมือเป็นของประธานลั่ว
ผมสงสัยว่าเป้าหมายของฆาตกร
คือต้องการโยนความผิดให้ลั่วเส้าชวน
เพราะอะไร
หลังเกิดคดีขึ้น
ลั่วเส้าชวนหนีไป
ทางตำรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือ ของทุกคนในที่เกิดเหตุแล้ว
จึงย่อมคิดว่า
ลายนิ้วมือบนอาวุธสังหาร
เป็นของลั่วเส้าชวน
เมื่อคืน
ผมไปที่โรงแรม
ตรวจสอบหลักฐานที่ยืนยันว่า ลั่วเส้าชวนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ
สี่ทุ่มเขาถูกคนพาไปส่งที่โรงแรม
และจากโรงแรมแห่งนั้นเดินมาถึงที่นี่
ต้องใช้เวลายี่สิบนาที
หากเป็นเช่นนี้
ทุกคนที่อยู่ในบ้าน
ล้วนมีหลักฐานว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด
นายรีบไปหาตัว
คนแปลกหน้า
ที่ฉันเจอบนถนนคืนนั้นมาเดี๋ยวนี้
ครับ
ผมสังสัยว่าฆาตกรจะมีทั้งคนในและคนนอกร่วมมือกัน
จ้างวานฆ่า
คุณลุงเซี่ย
พวกคุณได้เบาะแสอะไรใหม่ใช่ไหม
พวกเราต้องการทำความเข้าใจโดยละเอียด
ว่าคืนนั้นพวกคุณทำอะไรกันบ้าง
ละเอียดแค่ไหนคะ
บรรยายเหตุการณ์ซ้ำอีกครั้ง
คุณหนูจิ้งเซวียน
คุณลุงอารมณ์ไม่ค่อยดี
ไม่ต้องการให้ใครรบกวน
คุณออกไปก่อนเถอะ
ได้ครับ
หลังจากนั้น
ฉันก็กลับไปที่ห้องนอน
ตอนนั้นเป็นแบบนี้
ฉันกล่าวราตรีสวัสดิ์กับคุณลุง
แล้วพบฟางหง
ตอนนั้นเป็นเวลาสามทุ่มสี่สิบห้านาที
ตอนที่คุณเข้ามาในห้อง
ผ้าม่านถูกปิดหรือว่าเปิดอยู่
ฉัน ฉันจำไม่ได้แล้ว
ปิดอยู่ครับ
ความหมายของผมก็คือ
ตอนที่ผมเพิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ
ผ้าม่านปิดอยู่
แล้วที่เกิดเหตุในตอนนั้นกับตอนนี้
มีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง
เก้าอี้
เก้าอี้
รีบไปตามหมอเร็วเข้า
ครับ
ครั้งแรกที่ผมเข้ามา
เก้าอี้วางเอียงอยู่
ครั้งที่สองที่เข้ามา
เก้าอี้ถูกจัดให้ตรงแล้ว
ตอนนั้น
มีคนอยู่ในห้องเยอะมาก
มีทั้งแม่บ้าน
คุณนายรอง
คุณหนู
แล้วคนรับใช้อีกหลายคนก็อยู่พร้อมหน้า
ผมคิดว่าคงจะชนถูกเข้าในตอนนั้น
นอกจากนี้
ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่ต่างกันแล้ว
เก้าอี้
ครับ
เก้าอี้ถูกเคลื่อนย้าย
แต่เดิมทีเก้าอี้วางตั้งตรงอยู่
ตอนที่ฉันออกไปก็เป็นแบบนี้
แต่ตอนที่ฉันกลับมา
เก้าอี้ก็วางเอียงอยู่แล้ว
ฉันว่า คงจะมีเคยมีคนมาที่นี่
ผมเองก็คิดอย่างนั้น
ใครถามนาย
แล้วตอนที่คุณมาบอกราตรีสวัสดิ์ล่ะ
อะไร
เก้าอี้
ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้
คุณเคยขยับเก้าอี้ตัวนี้ไหม
ก็แค่เก้าอี้ตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ
มีอะไรสำคัญนักหนา
เรื่องแค่นี้
จะอธิบายอะไรได้
พวกคุณไม่สามารถเอาความสนใจ
ไปใช้กับเรื่องที่มีประโยชน์หน่อยเหรอ
หยุดเดี๋ยวนี้
เรื่องเล็กแค่นี้ยังสืบให้กระจ่างไม่ได้
ยังจะดื่มชาอะไรกันอีก
นายท่านถูกฆ่าตาย
หลังจากเวลาสามทุ่มสี่สิบห้าจริงหรือคะ
เวลาสามทุ่มสี่สิบห้า คุณหนูโจว
พบกับประธานลั่วด้วยตัวเอง
ผมคิดว่า
ไม่น่าจะผิดพลาด
ฉันว่าเรื่องนี้คุณชายไม่น่าจะใช่คนทำ
เพราะอะไร
ฉัน ฉันหวังว่าคุณชายจะไม่ใช่คนทำ
คืนเกิดเหตุ หลังจากคุณเข้ามาในห้องแล้ว
ได้ขยับเก้าอี้ตัวนั้นบ้างไหม
แล้วคุณยังจำที่ตั้งของมันในตอนนั้นได้ไหม
คุณไปทำงานของคุณเถอะ
หากมีอะไรที่ไม่ชัดเจน
ให้มาถามผมได้เลยนะครับ
คุณซือถู
คุณเป็นเพื่อนของเส้าชวน
คุณคงไม่ปล่อยให้เส้าชวนถูกใส่ร้ายหรอกใช่ไหม
ผมเองก็จนปัญญา
นอกเสียจาก
นอกเสียจากอะไร
นอกเสียจากประธานลั่ว
ไม่ได้ถูกฆ่าหลังจากเวลาสามทุ่มสี่สิบห้านาที
ถ้าหากคุณลุง
ถูกฆ่าก่อนหน้านั้น
เส้าชวนก็จะไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยแล้วใช่ไหม
คุณเป็นคนสุดท้ายที่พบกับคุณลุงของคุณ
สามทุ่มสี่สิบห้านาที
ก็เป็นเวลาที่คุณบอกเอง
หรือว่า
ไม่ใช่
ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด
ที่จริงแล้วเมื่อคืน
คุณไม่ได้ไปบอกราตรีสวัสดิ์กับประธานลั่ว
ใช่ไหม
ที่จริงฉันไม่ได้พบเขา
ผมรู้แล้ว
นี่คือสิ่งที่ไป๋ซานซานบอกให้คุณพูด
เธอกลัวว่าเหวินเซิงจะสืบรู้ว่าเธอ
คือคนที่ข่มขู่เว่ยหมิ่นซี
ดังนั้นจึงลงมือ
ทำให้ถึงที่สุด
ฆ่าคนโยนความผิด
ถ้าหากโยนความผิดสำเร็จ
ตระกูลลั่วก็จะตกเป็นของเธอ
ถ้าหากโยนความผิดไม่สำเร็จ
คุณแต่งงานกับลั่วเส้าชวน
ตระกูลลั่วก็ยังเป็นของพวกคุณอยู่ดี
เป็นการวางแผนที่รอบคอบมาก
เปล่านะคะ
ฉันไม่ได้ฆ่าคน
แม่ของฉันก็ไม่ได้ทำ
ฉันโกหก
ฉันไม่ได้พบหน้าคุณลุงครั้งสุดท้าย
แต่พวกเราไม่ได้ฆ่าคน
ผู้ชายอย่างพวกคุณสองคนคิดจะทำอะไรกัน
ใส่ร้ายเส้าชวนไม่สำเร็จ
ตอนนี้
คิดจะใส่ร้ายเราสองแม่ลูก
จะบอกพวกคุณให้นะ
ไม่มีทาง
พวกเราไม่ได้ฆ่าคน
ฉันจะพูดอีกครั้งนะ
คืนนั้น
พวกเราอยู่ในห้องนอนตลอดเวลา
หากพวกคุณมีหลักฐาน
ก็จับพวกเราไปตอนนี้เลยสิ
จิ้งเซวียน
พวกเราไปกันเถอะ
ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะกระจ่าง
ใครก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น
คุณคิดว่าคุณเป็นใคร
ตอนแรก
อาศัยตระกูลลั่วของเรา
คุณถึงขึ้นเป็นรองผู้กำกับได้
ตอนนี้กล้ามาขึ้นเสียงกับฉัน
ฉันจะบอกคุณให้นะ
พูดกับฉันช่วยมีมารยาทสักหน่อย
ไม่งั้น
ส่งคุณขึ้นไปยังไง
ตอนนี้ฉันก็จะดึงคุณลงมาอย่างงั้น
คุณพูดเหลวไหลอะไร
ฉันพูดเหลวไหลเหรอ
ฉันจะบอกคุณตามตรงก็แล้วกัน
เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ตระกูลลั่วของเราใช้
เหวินอีมีการจดบัญชีเอาไว้ทั้งหมด
หรือว่า
พวกเราลองเอามาตรวจสอบดูทีละรายการดีไหมล่ะ
คุณอย่าคิดจะหนีเรื่องใหญ่แล้วหาความกับเรื่องเล็ก
โจวจิ้งเซวียนขี้ขลาดไม่กล้าฆ่าคน
แต่ผมว่าคุณกล้า
เหวินอี
เอาสมุดบัญชีมา
แม่คะ
เธอปล่อยฉัน
เธอมันขี้ขลาด
คนดีมักถูกคนรังแก
เธอขี้ขลาดตาขาวแบบนี้
พวกเขาก็เลยกล้าบีบบังคับเธอ
ไป
รองผู้กำกับเซี่ย
ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเถอะครับ
พวกเธอสองคนไม่ใช่ฆาตกร
ได้ ๆ ๆ
คุณไปถามเถอะ
ฉันไม่อยากพูดกับผู้หญิงเสียสติคนนี้แม้แต่คำเดียวแล้ว
ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่ฆาตกร
ไม่อย่างนั้น
คุณคงไม่ต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อบอกผม
เมื่อคืนตอนสามทุ่มสี่สิบห้า
คุณไม่ได้พบกับประธานลั่ว
ผมรับรองว่า
หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรม
ผมจะไม่บอกตำรวจ
รวมไปถึงทุกคนที่อยู่ในห้องด้วย
ยังไง
คุณก็ไม่อยากให้บรรดาคนรับใช้
นินทาลับหลังเพราะเรื่องนี้
ฉันไม่ได้ฆ่าคน
และยิ่งไม่มีทางใส่ร้ายเส้าชวน
ฉันขโมยสมุดเช็คของคุณลุง
ตอนนั้นฉัน
อยากจะเอามันกลับไปคืน
และยอมรับผิดกับคุณลุง
ฉันลังเลอยู่ที่ประตูพักใหญ่
ไม่กล้าเข้าไป
คุณหนูจิ้งเซวียน
ภายหลังฟางหงมา
ฉันกลัว
เขาถามฉันว่าทำไมมายืนลังเลอยู่ตรงนี้
ฉันจึงรีบโกหกไปว่า
ฉันมาบอกราตรีสวัสดิ์คุณลุง
ฉันกลัวว่าเข้าจะสังเกตเห็นว่าฉันยังไม่ได้เข้าไป
จึงพูดอีกว่า
คุณลุงไม่อยากให้ใครรบกวน
ผลสุดท้าย
คุณลุงท่าน
คุณหนูโจว
การยอมรับความลำบากอย่างไม่ขัดขืน
ไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้
คุณไม่ได้เป็นคนที่ขโมยสมุดเช็ค
ทำอะไรน่ะ
รังแกลูกสาวของฉันแล้วใช่ไหม
คุณหมายความว่ายังไง
คุณถามแบบนี้หมายความว่าคุณฟังออก
ถูกต้อง
ฉันฟังออก
ฉันเป็นคนเอาเช็คไปเองแล้วจะทำไม
ฉันจะบอกคุณให้นะ
ตระกูลนี้นายท่านของเรา
กับเขาลั่วเหวินเซิง
ต่อสู้ฟันฝ่าสร้างมาด้วยกัน
ฉันใช้เงินของเขานิดหน่อยแล้วจะทำไม
คุณดูเขาสิ
ยังกล้าพูดอีกว่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮาร์บิน
ใจแคบกับคนในครอบครัวจะตายไป
จะบอกคุณแบบนี้ก็แล้วกัน
เงินในตระกูลนี้ก็มีส่วนของฉันด้วยเช่นกัน
ฉันมีสิทธิ์ที่จะใช้
ไม่เหมือนกับคนรับใช้บางคน
ฉันขอพูดตามตรงก็แล้วกัน
เหวินอีคนนั้น
ดูผิวเผินเหมือนซื่อสัตย์
แต่งตัวมอซอทั้งวัน
ให้ใครดูล่ะ
เผลอแป๊บเดียว
ไปอยู่รวมกับพวกคนรับใช้ชั้นต่ำพวกนั้น
ไม่รู้ว่าสมคบคิดเรื่องชั่วอะไรกันอยู่
แม่คะ
เหวินอีเป็นผู้ดูแลคนรับใช้ในบ้าน
สนิทสนมกับพวกเขาก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา
เธอรู้จักระวังตัวหน่อยจะได้ไหม
ต่อไปเธอต้องเป็นคนดูแลตระกูลลั่ว
ทำให้ฉันหดหู่จริง ๆ
วันนั้นฉันไปดูละครกับคุณนายจาง
เมื่อออกไปก็เห็นฟางหง
เดินออกมาจากร้านทอง
เขาถึงขนาดมีเงินซื้อขายทอง
บัญชีที่เหวินอีดูแล
หากบิดพลิ้วสักหน่อย ใครจะไปรู้
รอให้เส้าชวนกลับมา
ฉันจะบอกเขา
ให้ผู้หญิงคนนั้นมอบสมุดบัญชีออกมาให้ฉัน
หรือว่าคุณลุง
ใช้ให้ฟางหงไปธุระอะไรหรือเปล่าคะ
คุณลุงของเธอ
เคยแสดงท่าทีชอบพอฟางหงที่ไหนกัน
ให้เขาไปทำธุระให้
พวกชั้นต่ำชั่วร้ายอย่างเขา
ไม่ได้
รอเส้าชวนกลับมา
ฉันจะบอกให้เขา
ไล่คนคนนี้ออกไปด้วย
ฟางหงมาอยู่ที่บ้านคุณตั้งแต่เมื่อไหร่
ประมาณสองปีได้แล้ว
เรื่องนี้ต้องไปถามเหวินอี
ฉันจะไปรู้ได้ยังไง
ฉันต้องจัดการทุกเรื่องหรือยังไง
สรุปว่าใครเป็นนายหญิงของบ้านนี้กันแน่
ทางตำรวจเคยตรวจสอบบัญชีของฟางหงไหมครับ
ฟางหงเหรอ
ผมคิดว่านายท่านกำลังเรียกผม
ฉันได้ยินว่าคุณลุงอารมณ์ไม่ดี
จึงอยากจะไปบอกราตรีสวัสดิ์เร็วสักหน่อย
ตอนที่ฉันออกมา
ยังพบเข้ากับฟางหง
เขายกน้ำชามาให้
แต่คุณลุงไม่อยากให้ใครรบกวน
ดังนั้นฉันจึงบอกเขาว่าไม่ต้องเข้าไป
เด็ก ๆ
ครับ
นายท่าน
ผมถูกใส่ร้าย
นี่ล้วนเป็นเงินที่สะอาด
สะอาด
ลองบอกทีว่าสะอาดยังไง
ผม
นายไปทำอะไรที่หน้าประตูห้องหนังสือ
แอบฟังเหรอ
ผมเปล่านะครับ
ตอนสามทุ่มครึ่ง
ผมได้ยินนายท่านพูดคุยกับใครคนหนึ่งในห้องหนังสือ
มีแขกมาที่บ้าน
ผมก็ต้องไปชงชาตามปกติ
แต่เมื่อผมชงชาเสร็จ
ผมเพิ่งจะไปหานายท่าน
ภายหลังก็พบกับคุณหนูจิ้งเซวียน
เธอบอกพบว่าอย่าเข้าไปรบกวนนายท่าน
ตอนสามทุ่มครึ่งมีแขกมา
ทำไมนายไม่พูดให้เร็วกว่านี้
ผมกำลังจะพูด
แต่พวกคุณสั่งให้ผมหุบปาก
งั้นตอนนี้นายบอกมา
แขกที่มาคือใคร
ผมไม่รู้ว่าใคร
คนคนนั้นไม่ได้เข้ามาทางประตูใหญ่
แต่น่าจะเป็นผู้ชาย
พวกเขาพูดคุยกันเสียงเบามาก
จนผมไม่ได้ยินเลย
ไม่ได้เข้ามาทางประตูใหญ่
นายคิดจะพูดอะไรก็พูดงั้นเหรอ
ฉันว่าเขาคงไม่ได้พูดโกหก
ตอนที่ฉันกลับห้องก็เป็นเวลา
ประมาณสามทุ่มครึ่ง
ตอนที่ขึ้นบันได
ฉันเองก็ได้ยินเสียงนายท่านพูดคุยกับใครบางคน
จำนวนครั้งที่เข้ามาแบมือขอเงิน
นับวันจะยิ่งมากขึ้นแล้ว
ลั่วเส้าชวน
ไม่ใช่
เสียงที่คุณได้ยิน
รู้ไหมว่าเป็นใคร
พวกเขาพูดคุยกันเสียงเบามาก
ฉันได้ยินชัดเจนเพียงแค่หนึ่งประโยค
แต่สองปีมานี้คุณชายลั่ว
ไม่ได้ขอเงินจากนายท่านเลย
นายท่านก็ไม่น่าจะพูดกับเขาเช่นนี้
ต่อให้สิ่งที่นายพูดมาเป็นความจริง
แล้วเงินพวกนี้
นายจะอธิบายยังไง
แม่ของผมป่วย
นี่คือเงินที่นายท่านให้ผมยืม
พี่เหวินอีก็รู้
เป็นเช่นนี้จริงเหรอ
จริงค่ะ
ยังพบของมีค่าอย่างอื่นอีกไหม
ไม่มีครับ
ประธานลั่วเสียชีวิตหลังจากสามทุ่มครึ่ง
หากเป็นเช่นนี้
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.