Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Cambodian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Czech
Danish
Dutch
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Malayalam
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
อ๋อ อันนี้เอาไปขาย อันนี้แกก็เก็บเอาไปขาย
อันนี้เขาเก็บกระป๋องเอาไปขาย
เก็บจากตรงนู้นตรงนี้เอารวมๆ กัน
แล้วก็เอาไปขายเป็นกิโล
อันนี้เขาหารายได้ 1 วันประมาณเท่าไหร่กับอาชีพนี้
1 กิโลนี่ 300 บาท
300 เยนๆ / 1 กิโล 300 เยน
ได้ประมาณวันละ 1,000 เยน
ประมาณ 3 กอง
ลุงเขาก็เดินหาตามถังขยะ
ลุงหาแถวๆ นี้ใช่ไหมครับ
กระป๋อง 1 กิโลกรัมต้องใช้กระป๋องราว
60 ถึง 70 ใบ ได้เงินราว 60 บาท
ทั้งวันที่เข็นรถคันนี้คือรายได้ทั้งหมดของเขา
แต่แกก็สบายใจ
เขาอาศัยอยู่ที่ไหนครับ
อ๋อ ไม่มีที่อยู่อาศัย
นอนบนสะพาน บางทีก็ริมแม่น้ำ
นอนบนสะพาน บางทีก็ริมแม่น้ำ
อยู่ข้างแม่น้ำหรือว่าอยู่ใต้ๆ สะพานอะไรแบบนี้
แกเป็นนักเขียนนิยายเกี่ยวกับสืบสวนสอบสวนนะครับ
อ๋อเหรอ
ครับผม แกเป็นนักเขียนเกี่ยวกับ
อาชีพเก่าเขาเหรอ
ใช่ อันนี้ที่ทำอยู่ตอนนี้ด้วย
ก็ทำอันนู้นด้วยแล้วก็ทำอันนี้ด้วย
มันต้องใช้เวลาในการรวบรวม
กว่าจะได้ 1 เล่มก็ประมาณครึ่งปี
กว่าจะได้มาเป็นเล่มนะ
ก็ระหว่างนั้นกว่าจะได้ 1 เล่ม แกก็ต้องมาเก็บขยะก่อน
แต่เป็นคนเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน
แต่เป็นคนเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน
ประมาณ 15 ปีแล้วแกใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้
แล้วแกมีครอบครัวไหมครับ
อ๋อ ไม่มีครอบครัว
เขาหนีกันหมดแล้ว
แยกย้ายกันไปหมดแล้ว
แต่ชีวิตในนิชินาริ (Nishinari) นะครับ
ไม่ได้มีแต่ความเงียบเหงานะครับ
ตลาดมือสองริมถนนยังคึกคัก
เสื้อตัวละ 500 เยน
แว่นกันแดดอันละ 1,000 เยนก็ยังมีให้เห็น
ผ้ามือสองที่ญี่ปุ่นนะครับ
ขายตัว 500 เยน
อันนี้ตัวละ 100 บาทนะ
500 เยน
ถ้าคนชอบมือสองน่าจะ
น่าจะสนุก
ดูสิ 100 บาท
ในประเทศญี่ปุ่น
แต่ก็ยังแพงกว่าปัตตานีนะ
ปัตตานีผ้ามือสองนี้
โหด
เนี่ยมีของขายแบบทั่วไปเลยนะครับ
แล้วก็มีนาฬิกาวินเทจ มีแว่น
อยากได้เดี๋ยวลองแว่นนะครับ
นี่ดา / เหมือนที่ดาจะหยิบเลย
1,000 เยน / 1,000 เยน
200 บาท / 200 บาท
สวยไหม / อุ๊ยสวย
สวยไหม
เข้ากับชุดเลย
สวยไหมพี่
เข้ากับชุดเลย
ได้แล้ว 1,000 เยน
ของมือสองในญี่ปุ่น
อันนี้ เอาละ
ผมเอา 1 อันนะพี่
ได้เลย
1,000 เยนนะครับ 200 บาท
ผมได้แว่นแล้ว
ได้แว่นแล้ว
ได้แว่นแล้ว
สวยไหมดา
ผมเห็นมีคนต่างชาตินี่คือประเทศอะไรพี่
ที่ขับจักรยานไปมา
ส่วนมากนี่จะเป็นพวกเนปาล ศรีลังกา ก็เข้ามาเยอะช่วงนี้
ญี่ปุ่นนี่ขาดแรงงานจริงๆ นะ
ขาดแรงงานมาก
เขาจำเป็นต้องหาคนนอกมาทำงาน
ใช่ๆ เพราะว่าคนใน
พวกวัยรุ่นงานโรงงานเขาก็ไม่ทำอีก
งานอะไรที่น่าเบื่อเขาก็ไม่ทำ เขาเลือกงาน
บางคนอยู่กับบ้านเลย
ไม่ทำอะไรเลย
ให้พ่อแม่เลี้ยงดูก็มีเยอะนะ
ญี่ปุ่น ประเทศที่มีประชากรลดลงปีละเกือบ 500,000 คน
แนวทางกลับกันนะครับ
จำนวนแรงงานต่างชาติกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เชื่อไหมครับว่าในปี ค.ศ. 2025 เนี่ย
ญี่ปุ่นมีแรงงานต่างชาติสูงถึง 2.57 ล้านคน
มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า
ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี
ทำไมระเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น
ถึงต้องพึ่งแรงงานจากต่างประเทศมากขนาดนี้
คำตอบสำคัญอยู่ที่วิกฤตประชากรครับ
ในปี ค.ศ. 2025 เนี่ย
ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 670,000 คน
มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1.6 ล้านคน
นั่นหมายความว่าในปีเดียวเนี่ย
คนญี่ปุ่นตายมากกว่าคนเกิดเนี่ยกว่า 900,000 คน
ขณะเดียวกันนะครับ
ประชากรเกือบ 30% มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
คนสูงอายุเพิ่มขึ้น แต่ประชากรวัยทำงานกลับลดลง
แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์นะครับ
แต่เครื่องจักรก็ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ในทุกอาชีพ
โดยเฉพาะงานดูแลผู้สูงอายุ
และงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก
ทุกวันนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม
ร้านอาหาร โรงแรม หรือสถานดูแลผู้สูงอายุเนี่ย
แรงงานต่างชาติกำลังมีบทบาทสำคัญมากๆ ในญี่ปุ่น
โดยเฉพาะแรงงานจากเอเชียครับ
โดยเฉพาะประเทศเวียดนามเนี่ย
คือพี่ฮาดี้บอกผมนะครับ
คือเยอะมากๆ เป็นแรงงานในญี่ปุ่นที่มากที่สุด
กว่า 600,000 คนเลยทีเดียว
ตามมาด้วยประเทศจีนนะครับ ที่มีประมาณ 430,000 คน
และฟิลิปปินส์กว่า 260,000 คน
จนในปี ค.ศ. 2019 นะครับ
ญี่ปุ่นต้องเปิดระบบวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะ
เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือในวันที่ญี่ปุ่นต้องการแรงงานต่างชาติมากขึ้น
ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวกลับทำให้รายได้
เมื่อส่งกลับประเทศต้นทางมีมูลค่าลดลง
ญี่ปุ่นจึงต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ
เพื่อดึงดูดแรงงานครับ
ขณะเดียวกันนะครับ
การเพิ่มแรงงานต่างชาติอย่างมากเนี่ย
มันก็เกิดคำถามเรื่องของภาษา วัฒนธรรม
และการอยู่ร่วมกันในสังคม
เพราะบางประเทศที่มาเนี่ย
วิถีชีวิตหรือแนวคิดเนี่ยคนละซีกกับญี่ปุ่นเลยนะครับ
ญี่ปุ่นวันนี้นะครับมีผู้สูงอายุเกือบ 3 ใน 10 คน
ปีที่ผ่านมามีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 700,000 คน
งานบางงานนะครับคนญี่ปุ่นก็เลือกที่จะไม่ทำ
จึงต้องพึ่งแรงงานต่างชาติกว่า 2 ล้านคน
กลายเป็นว่า
คนหนุ่มสาวเขาเลือกงานใช่ไหม
แล้วก็คนแก่เฒ่าก็ไม่มี
ไม่มีแรง
ไม่มีแรงจะทำงานก็เลยจำเป็นจะต้อง
พึ่งแรงงานต่างชาติ
พึ่งแรงงานต่างชาติเข้ามา
ผมว่าอันนี้คือเรื่องที่น่าเป็นห่วงของบ้านเราเหมือนกันนะ
บ้านเราคนมีลูกน้อย
บ้านเราก็
กำลังตามมา
บ้านเราก็น่าจะไม่เกิน 10 ปี
แต่ว่าแรงงานหลักๆ ตอนนี้ที่กำลังกระจาย
คือคน 3 จังหวัดยังมีลูกปกติ
คนมุสลิมบ้านเราเนี่ยยังมีลูกปกติ บ้านผมเนี่ย
ก็ไปกรุงเทพฯ ไปภูเก็ตนี่เห็นเลยนะ
พนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น
คนขับแท็กซี่ ขับแกร็บ
เต็มหมด
อันตรายนะครับ
มีลูกกันเยอะๆ
เศรษฐกิจ
อย่าให้เหมือนญี่ปุ่น
อย่าให้เหมือนญี่ปุ่น
ในอดีตเนี่ยญี่ปุ่นสร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากแรงงานของคนญี่ปุ่นเอง
แต่ในวันนี้นะครับ ประเทศที่กำลังมีประชากรลดลง
กลับต้องพึ่งพาผู้คนจากทั่วประเทศ
กลับต้องพึ่งพาผู้คนจากทั่วโลกมากขึ้น
ในอดีตญี่ปุ่นสร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากแรงงานของคนญี่ปุ่นเอง
แต่ในวันนี้นะครับ ประเทศที่กำลังมีประชากรลดลง
กลับต้องพึ่งพาผู้คนจากทั่วโลกมากขึ้น
และในอนาคตหากจำนวนคนเกิดยังลดลงแบบนี้
ขณะที่ผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แรงงานต่างชาติอาจไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไปนะครับ
มันอาจจะเป็นทางรอดของประเทศญี่ปุ่นก็เป็นได้
และนี่ก็เป็นความย้อนแย้งครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นนะครับ
ประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลที่สุด 1 แห่งของโลก
แรงงานต่างชาติอาจไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป
แต่อาจจะเป็นทางรอดของอนาคตของญี่ปุ่นครับ
ประเทศไทยเองนะครับก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว
ภาพที่เราเห็นในนิชินาริ (Nishinari) วันนี้
อาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่เราเคยคิดอีกต่อไป
เรากลับไปคุยกับลุงอีกครั้งนะครับ
ถามถึงหนังสือเล่มที่เขากำลังเขียนอยู่
อีกครึ่งปีข้างหน้า
ถ้าเกิดว่าเขาเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนเสร็จ
แล้วรวมเป็น 1 เล่มได้
หลังจากนั้นเดี๋ยวเงินก็จะเข้ามา
ความฝันของเขาจะเป็นยังไง
86 ปีแล้ว
86 ปี อายุ 86 ปี
ได้รับเลือกจากสำนักพิมพ์
ให้มาเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้
ลุงชื่ออะไรครับลุง
誕生
นิชิกาวะ
อ๋อ เขาชื่อนิชิกาวะ
ลุงนิชิกาวะ
นิชิกาวะ
นิชิกาวะ
เขาบอกว่าเดี๋ยวอีกประมาณ 6 เดือน
เดี๋ยวหนังสือของแกจะออกวางตลาด
ลุงนิชิกาวะ
โรเล็กซ์
ใส่โรเล็กซ์ด้วยๆ
ธรรมนัสให้ลุงมานะเนี่ย
แกซื้อมา 1,000 / 1,000 เยน
ธรรมนัสให้ลุงมา 2 เรือน
เขาไม่พูดถึงเรื่องความสุข
แต่เขาบอกว่าหลังจากนี้ไป
ชีวิตแกหวังว่าจะสมหวัง
คืออยู่ด้วยความหวังนะครับ / ใช่ อยู่ด้วยความหวัง
คิดบวกมากนะ
ชายที่ผ่านชีวิตมา 86 ปี
ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและยุคล่มสลายของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
เราถามเขาว่ามีอะไรอยากจะฝากถึงคนรุ่นใหม่ไหม
อย่ายอมแพ้ให้สู้ๆ
เพราะว่าตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้
แกจะเขียนประโยคนี้ทิ้งท้ายไว้ด้วย แกบอก
ไม่ต้องหรอก ลุงเกรงใจแย่เลย
ไปเที่ยวคาราโอเกะดีกว่าคืนนี้
แกบอกว่าเดี๋ยวแกจะใช้ชีวิตได้ประมาณ 1 อาทิตย์
อยากพาไปกินข้าวเลย
ไม่มีเวลา
จริง ผมอยาก
ผมต้องไปที่อื่นแล้ว
บอยส์ บี แอมบิเชียส (Boys, be ambitious)
คือคำที่ครูชาวอเมริกันกล่าวกับนักเรียนที่ซัปโปโร เมื่อปี ค.ศ. 1877
เกือบ 150 ปีต่อมา
มันยังอยู่ในใจของชายวัย 86 ปี
ที่นอนอยู่ริมถนนในโอซาก้า
ถึงแม้ว่าแกจะใช้ชีวิตแบบนี้
แต่แกไม่ได้บ่งบอกว่าแกมีความทุกข์อะไรเลยนะ
ใช่ครับ
เพราะว่าอาจจะเป็นเพราะว่าความคิดของแกด้วยนะ
คิดบวก / ใช่
บ๊ายบาย
เขาดีใจมากเลยนะ / อืม
คนอย่างนี้แหละเราน่าจะซัพพอร์ต
ใช่
เช้าวันต่อมานะครับเรากลับไปที่ย่านเดิม
ริมถนนที่มีอาสาสมัครกำลังแจกอาหาร
ในคามางาซากิ
การแจกข้าวแบบนี้เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปีแล้วครับ
อันนี้คือระหว่างทางที่เราเดินเราก็จะเห็นอะไรแบบนี้
ในบางพื้นที่นะ
ซึงอย่างนึงที่ผมรู้สึกดีนะในการที่ผมพยายามสังเกตุ
แล้วก็ดูพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร
น่าจะเป็นอาสาสมัครแหละของคนญี่ปุ่น
ไม่มีการหรือสีหน้าที่มันดูเหมือนดูถูกคนลำบากเลย
ยิ้มให้เหมือน...
เหมือนร้านอาหารราคาแพงๆ
ที่เราเข้าแล้วก็ให้เกียรติ
สวัสดีครับ สวัสดีค่ะแล้วก็แจกอาหาร
คนญี่ปุ่นนี่โคตรเจ๋งเลย เอาจริงๆ
ความเจริญของประเทศอาจไม่ได้วัดจากความสูงของตึก
แต่วัดจากวิธีที่เราปฏิบัติต่อคนที่ล้มลง
ในนิชินารินะครับ เราเห็นทั้งความเหลื่อมล้ำ
และเห็นถึงความหวัง
ของชายวัย 86 ที่ยังรอวันหนังสือของเขาวางขาย
และบ้านเราก็กำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัย
หรืออาจจะเป็นไปแล้ว แค่เราอาจจะยังไม่รู้สึกตัว
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.