All language subtitles for Fascination Africa 3D (2012)

af Afrikaans
ak Akan
sq Albanian
am Amharic
ar Arabic
hy Armenian
az Azerbaijani
eu Basque
be Belarusian
bem Bemba
bn Bengali
bh Bihari
bs Bosnian
br Breton
bg Bulgarian
km Cambodian
ca Catalan
ceb Cebuano
chr Cherokee
ny Chichewa
zh-CN Chinese (Simplified)
zh-TW Chinese (Traditional)
co Corsican
hr Croatian
cs Czech
da Danish
nl Dutch
en English
eo Esperanto
et Estonian
ee Ewe
fo Faroese
tl Filipino
fi Finnish
fr French
fy Frisian
gaa Ga
gl Galician
ka Georgian
de German
el Greek
gn Guarani
gu Gujarati
ht Haitian Creole
ha Hausa
haw Hawaiian
iw Hebrew
hi Hindi
hmn Hmong
hu Hungarian
is Icelandic
ig Igbo
id Indonesian
ia Interlingua
ga Irish
it Italian Download
ja Japanese
jw Javanese
kn Kannada
kk Kazakh
rw Kinyarwanda
rn Kirundi
kg Kongo
ko Korean
kri Krio (Sierra Leone)
ku Kurdish
ckb Kurdish (Soranî)
ky Kyrgyz
lo Laothian
la Latin
lv Latvian
ln Lingala
lt Lithuanian
loz Lozi
lg Luganda
ach Luo
lb Luxembourgish
mk Macedonian
mg Malagasy
ms Malay
ml Malayalam
mt Maltese
mi Maori
mr Marathi
mfe Mauritian Creole
mo Moldavian
mn Mongolian
my Myanmar (Burmese)
sr-ME Montenegrin
ne Nepali
pcm Nigerian Pidgin
nso Northern Sotho
no Norwegian
nn Norwegian (Nynorsk)
oc Occitan
or Oriya
om Oromo
ps Pashto
fa Persian
pl Polish
pt-BR Portuguese (Brazil)
pt Portuguese (Portugal)
pa Punjabi
qu Quechua
ro Romanian
rm Romansh
nyn Runyakitara
ru Russian
sm Samoan
gd Scots Gaelic
sr Serbian
sh Serbo-Croatian
st Sesotho
tn Setswana
crs Seychellois Creole
sn Shona
sd Sindhi
si Sinhalese
sk Slovak
sl Slovenian
so Somali
es Spanish
es-419 Spanish (Latin American)
su Sundanese
sw Swahili
sv Swedish
tg Tajik
ta Tamil
tt Tatar
te Telugu
th Thai
ti Tigrinya
to Tonga
lua Tshiluba
tum Tumbuka
tr Turkish
tk Turkmen
tw Twi
ug Uighur
uk Ukrainian
ur Urdu
uz Uzbek
vi Vietnamese
cy Welsh
wo Wolof
xh Xhosa
yi Yiddish
yo Yoruba
zu Zulu
Would you like to inspect the original subtitles? These are the user uploaded subtitles that are being translated: 1 00:01:04,721 --> 00:01:05,848 แอฟริกา 2 00:01:06,306 --> 00:01:08,851 ผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ 3 00:01:08,934 --> 00:01:13,438 คือที่อยู่ของสัตว์ที่พิศวงและหายากที่สุดในโลก 4 00:01:15,147 --> 00:01:19,069 สัตว์เหล่านี้บางชนิดไม่ดุร้าย และอาศัยอยู่ใกล้กันได้ 5 00:01:19,152 --> 00:01:22,197 ในขณะที่บางชนิดดุร้าย และเป็นสัตว์ล่าเหยื่อที่น่ากลัว 6 00:01:22,281 --> 00:01:25,909 ผู้ซึ่งจุดประกายความกลัว เข้าไปในหัวใจของสัตว์ป่าบนทวีป 7 00:01:26,285 --> 00:01:29,162 เราจะติดตามสัตว์ที่น่าสนใจเหล่านี้บางชนิด 8 00:01:29,288 --> 00:01:30,956 และดูว่าพวกมันมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร 9 00:01:30,998 --> 00:01:34,168 บนพื้นแผ่นดินที่บางครั้งว่างเปล่า และภูมิประเทศที่ทุรกันดารนี้ 10 00:01:34,710 --> 00:01:37,504 เรายังจะได้เห็นความยากลำบากที่พวกมันต้องเผชิญ 11 00:01:37,546 --> 00:01:39,423 และความสัมพันธ์ที่พวกมันสร้าง 12 00:01:40,549 --> 00:01:43,010 สัตว์ที่นี่บางชนิดเรียนรู้และปรับตัว เพื่อความอยู่รอด 13 00:01:43,051 --> 00:01:45,304 ในวิธีที่แปลกและไม่ธรรมดา 14 00:01:46,305 --> 00:01:50,017 แต่บางชนิดต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปไกลๆ 15 00:01:50,100 --> 00:01:51,852 เพื่อหาอาหารและนํ้า 16 00:01:52,519 --> 00:01:57,024 บางชนิดสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด แบบยาวนานชั่วชีวิต 17 00:01:57,149 --> 00:02:00,444 ใช้การทำงานแบบเป็นทีม และความเป็นเพื่อนเพื่อการอยู่รอด 18 00:02:01,361 --> 00:02:05,699 แต่บางชนิดอยู่รอดด้วยความดุร้าย กำลังและสัญชาตญาณ 19 00:02:06,366 --> 00:02:09,203 บ้างมีชีวิตอยู่ได้เพียงเพราะสิ่งที่หาได้ 20 00:02:10,245 --> 00:02:13,207 นี่คือระบบนิเวศแห่งความหลากหลาย และการเปรียบเทียบ 21 00:02:13,290 --> 00:02:16,585 ซึ่งคํ้าจุนสัตว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย 22 00:02:17,753 --> 00:02:20,797 ความยากลำบากของภูมิประเทศ 23 00:02:20,881 --> 00:02:24,384 ทำให้เกิดวิวัฒนาการ การปรับตัวที่น่าทึ่ง 24 00:02:24,426 --> 00:02:26,887 และพฤติกรรมเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากมาย 25 00:02:27,012 --> 00:02:29,681 พื้นที่เช่นนี้ เรียกกันว่าทุ่งหญ้าสะวันนา 26 00:02:29,890 --> 00:02:31,058 ปกคลุมพื้นที่ 20% ของโลก 27 00:02:32,726 --> 00:02:36,063 แต่น่าแปลกที่มันเป็นพื้นที่ชนิดที่เรา เกือบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย 28 00:02:45,906 --> 00:02:51,745 นํ้า คือผู้คํ้าจุนชีวิต ของสัตว์มากมายที่อาศัยอยู่ในแอฟริกา 29 00:02:52,955 --> 00:02:56,208 แต่สิ่งที่อาจแปลกที่สุดเกี่ยวกับแอฟริกา 30 00:02:56,375 --> 00:02:59,378 คือสิ่งที่สัตว์ทั้งหลายต้องผจญ 31 00:02:59,419 --> 00:03:01,547 เพื่อไปให้ถึงนํ้าและมีชีวิตอยู่ได้ 32 00:03:02,464 --> 00:03:05,592 สัตว์หลายสิบชนิดออกเดินทาง 33 00:03:05,676 --> 00:03:07,886 บนหนทางที่ยากลำบากและยาวไกล ไปทั่วทุ่งหญ้าสะวันนา 34 00:03:08,095 --> 00:03:12,516 เดินทางจากแหล่งนํ้าแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง เพียงแค่ให้มีชีวิตอยู่รอด 35 00:03:13,392 --> 00:03:16,562 ไม่มีที่ใดในโลกที่มีการเดินทาง 36 00:03:16,728 --> 00:03:19,147 โดยสัตว์จำนวนมากแบบนี้ 37 00:03:19,731 --> 00:03:23,360 และไม่มีที่ใดในโลก ที่การอพยพจะมีอันตรายเท่านี้ 38 00:03:24,069 --> 00:03:26,530 ด้วยการมีสัตว์ล่าเหยื่ออยู่ทุกหนแห่ง 39 00:03:26,655 --> 00:03:30,659 และอันตรายที่แอบแฝง อยู่ในสิ่งที่ทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่ได้ 40 00:03:31,076 --> 00:03:34,955 จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม มีสัตว์จำนวนมากตายไปในระหว่างการเดินทาง 41 00:03:49,845 --> 00:03:52,431 เพื่อให้เข้าใจความหมาย ของการอพยพของสัตว์ให้ง่ายขึ้น 42 00:03:52,556 --> 00:03:56,226 เรามาดูนิสัยการอพยพของวิลเดอบีสต์ ในระยะหนึ่งปีกัน 43 00:03:56,310 --> 00:03:57,311 แทนซาเนีย 44 00:03:57,352 --> 00:03:58,353 เคนย่า 45 00:03:58,520 --> 00:04:00,480 เดินทางระยะไกลเป็นเดือนๆ 46 00:04:00,564 --> 00:04:01,565 อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ 47 00:04:01,648 --> 00:04:02,649 กุมภาพันธ์/ มีนาคม 48 00:04:02,691 --> 00:04:04,610 พวกมันเดินวนรอบอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ โดยไม่มีการหยุด 49 00:04:04,651 --> 00:04:05,694 เมษายน 50 00:04:05,777 --> 00:04:08,655 เดินไปหาแหล่งนํ้า เดินกลับจากแหล่งนํ้า 51 00:04:08,947 --> 00:04:11,074 พวกมันต้องเดินอยู่ตลอดเวลา 52 00:04:11,158 --> 00:04:12,159 พฤษภาคม 53 00:04:13,035 --> 00:04:14,453 มิถุนายน 54 00:04:16,705 --> 00:04:19,208 ในแง่หนึ่ง สัตว์เหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน ปฏิทินธรรมชาติ 55 00:04:19,291 --> 00:04:20,292 กรกฎาคม/ สิงหาคม 56 00:04:20,334 --> 00:04:22,252 ไปโผล่ที่จุดใหม่ทุกเดือน 57 00:04:22,336 --> 00:04:25,005 แม่นํ้ามารา สิงหาคม/กันยายน 58 00:04:25,047 --> 00:04:28,341 ดังนั้นวิลเดอบีสต์จึงเป็นผู้เดินทาง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแท้จริง 59 00:04:28,382 --> 00:04:29,384 ตุลาคม/ พฤศจิกายน 60 00:04:29,927 --> 00:04:30,928 ธันวาคม/ มกราคม 61 00:04:40,521 --> 00:04:43,690 แต่เมื่อผู้เดินทางที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ มีพวกม้าลายเข้ามาร่วมด้วย 62 00:04:43,732 --> 00:04:47,778 พวกมันกลายเป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดสิ่งหนึ่ง ที่เห็นได้ตามธรรมชาติ 63 00:05:03,836 --> 00:05:09,049 แต่ตามเส้นทางวิลเดอบีสต์ต้องเดินผ่าน สัตว์แอฟริกาชนิดต่างๆ เช่นฮิปโป 64 00:05:12,386 --> 00:05:14,221 ถึงแม้มันจะดูเงียบๆ 65 00:05:14,304 --> 00:05:18,475 ฮิปโปเป็นสัตว์ที่ไว้ใจไม่ได้ และดุร้ายที่สุดชนิดหนึ่งของแอฟริกา 66 00:05:19,434 --> 00:05:24,273 การ 'หาว' ที่มันทำบ่อยๆ จริงๆ แล้วมันเป็นการข่มขวัญชนิดหนึ่ง 67 00:05:26,024 --> 00:05:31,029 ฮิปโปชอบอยู่กันเป็นฝูง ซึ่งฝูงหนึ่งอาจมีฮิปโปถึง 100 ตัว 68 00:05:31,613 --> 00:05:34,825 ปกติแล้วฝูงต่างๆ เหล่านี้จะมีจ่าฝูงตัวผู้ เป็นผู้นำ 69 00:05:35,742 --> 00:05:38,996 ตัวผู้ที่โตเต็มที่แล้วอาจมีนํ้าหนักถึงสามตัน 70 00:05:39,079 --> 00:05:41,874 และสามารถวิ่งได้เร็ว 18 ไมล์ต่อชั่วโมง 71 00:05:44,751 --> 00:05:48,297 ฮิปโปที่โตเต็มที่แล้ว สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 20 นาที 72 00:05:49,006 --> 00:05:53,051 ว่ายนํ้าหรือเดินเลียบชายฝั่งแม่นํ้า เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย 73 00:05:59,099 --> 00:06:02,644 ชื่อฮิปโปโปเตมัส หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ฮิปโป" 74 00:06:02,853 --> 00:06:07,024 ได้มาจากคำว่า "ม้านํ้า" ของภาษากรีกโบราณ 75 00:06:07,107 --> 00:06:09,818 ฮิปโปใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ 76 00:06:09,902 --> 00:06:14,364 แต่สามารถขึ้นจากนํ้าไปอยู่ในป่าได้เป็นเดือนๆ 77 00:06:20,120 --> 00:06:23,248 หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่ในนํ้า หรือใกล้ๆ นํ้า 78 00:06:23,540 --> 00:06:27,669 ฮิปโปเหล่านี้จะขึ้นบกไปกินหญ้าตอนกลางคืน 79 00:06:34,259 --> 00:06:37,137 สำหรับสัตว์ส่วนใหญ่ แม่นํ้าที่มีนํ้าไหลเชี่ยวกรากสายนี้ 80 00:06:37,221 --> 00:06:38,764 จะเป็นอันตรายถึงตาย 81 00:06:39,181 --> 00:06:41,808 แต่ฮิปโปอยู่ได้สบายมาก 82 00:06:48,398 --> 00:06:50,108 จากในนํ้าถึงบนบก 83 00:06:50,150 --> 00:06:54,530 ที่นี่ ในแอฟริกา เราสามารถพบ สัตว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลกได้ 84 00:06:54,780 --> 00:06:55,781 เช่นเสือดาว 85 00:06:57,115 --> 00:06:59,743 เสือดาวเป็นสัตว์ที่ลึกลับและสง่างาม 86 00:06:59,910 --> 00:07:02,079 และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ตัวเดียว 87 00:07:02,913 --> 00:07:07,167 เสือตัวเมียนี้ชอบล่าเหยื่อตอนกลางคืนเพื่อพรางตัว และเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนตอนกลางวัน 88 00:07:08,085 --> 00:07:11,839 เสือดาวเดินรักษาเขตแดนมัน ช้าๆ และ เงียบๆ 89 00:07:12,172 --> 00:07:14,424 ใช้จุดลายบนขนเป็นเครื่องอำพราง 90 00:07:14,675 --> 00:07:18,595 เพื่อมันจะได้เข้าไปใกล้เหยื่อ ให้ใกล้ที่สุดก่อนกระโจนใส่ 91 00:07:19,596 --> 00:07:23,642 เรามาตามไปดูมันสักพัก ขณะมันหาเหยื่อเป็นอาหารเย็นกันเถอะ 92 00:07:56,717 --> 00:08:01,221 นกเหล่านี้ยังไม่รู้ว่า ขณะนี้มีเสือดาวจ้องพวกมันอยู่ 93 00:08:01,513 --> 00:08:04,057 เสืออ่อนล้าเกินกว่าที่ออกล่าพวกมัน ท่ามกลางความร้อนในช่วงวัน 94 00:08:04,558 --> 00:08:06,018 มันชอบพักผ่อน 95 00:08:06,518 --> 00:08:10,814 ดังนั้นไก่ต๊อก จึงสามารถเดินออกไปได้ไกลในทุ่งหญ้าสะวันนา 96 00:08:10,898 --> 00:08:13,066 และไปเที่ยวหาครอบครัวม้าลาย 97 00:08:13,817 --> 00:08:16,236 ม้าลายใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการกินหญ้า 98 00:08:16,528 --> 00:08:21,033 ตรงนี้มันอาจดูโดดเดี่ยว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของฝูงใหญ่ 99 00:08:26,038 --> 00:08:28,749 นี่คือครอบครัวของม้าลายและเพื่อนๆ 100 00:08:28,916 --> 00:08:30,167 พวกมันชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม 101 00:08:30,250 --> 00:08:32,920 เพราะไม่เหมือนจระเข้ และเสือดาว 102 00:08:33,045 --> 00:08:34,922 พวกมันไม่มีเขี้ยวเล็บ 103 00:08:38,592 --> 00:08:41,178 เช่นเดียวกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา 104 00:08:41,345 --> 00:08:44,515 ม้าลายต้องพึ่งนํ้าและหญ้ามาก 105 00:08:44,765 --> 00:08:46,933 และใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกมันกับการอพยพ 106 00:08:47,017 --> 00:08:50,437 เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแหล่งอาหารดีๆ อยู่ใกล้ๆ 107 00:08:52,231 --> 00:08:56,735 พวกมันมีความสุขที่สุด เมื่อมีที่ให้คลายความร้อนและดื่มนํ้า 108 00:08:57,611 --> 00:09:02,658 แต่บ่อยครั้งที่พวกมันลืมไปว่า มีจระเข้คอยจับตามองพวกมันอยู่ 109 00:09:13,877 --> 00:09:16,839 ม้าลายมีความคล้ายคลึงกับม้ามาก 110 00:09:17,673 --> 00:09:23,887 มีเท้าใหญ่เป็นกีบ สร้างขึ้นมาเพื่อความเร็วและการอพยพระยะไกล 111 00:09:24,137 --> 00:09:28,934 ปกติม้าลายจะมีความสูงประมาณ 47 ถึง 55 นิ้ววัดจากเท้าหน้าถึงหัวไหล่ 112 00:09:50,998 --> 00:09:55,878 แรดดำตัวนี้ยังเดินอยู่ตัวเดียวบนทุ่งกว้าง เพื่อหานํ้าดื่ม 113 00:09:59,381 --> 00:10:02,259 แม้ว่ามันจะปรับตัว ให้เข้ากับความแห้งแล้งอย่างดีแล้วก็ตาม 114 00:10:02,426 --> 00:10:04,845 มันต้องหานํ้าให้เจอโดยเร็ว 115 00:10:12,186 --> 00:10:16,607 นอของมันอาจดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสัตว์กินพืช 116 00:10:16,773 --> 00:10:21,153 กินกิ่งไม้น้อยใหญ่และพืชอื่นๆ แทนที่จะกินเนื้อ 117 00:10:24,323 --> 00:10:26,992 แรดจะดุก็ต่อเมื่อมันถูกรบกวน 118 00:10:27,993 --> 00:10:30,329 แต่พวกมันถูกมนุษย์ฆ่ามาหลายศตวรรษ 119 00:10:30,537 --> 00:10:32,497 เพราะนอของมันมีค่ามาก 120 00:10:33,999 --> 00:10:37,461 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันเป็นสัตว์ที่ ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก 121 00:10:43,717 --> 00:10:46,637 สัตว์กินพืชเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา 122 00:10:46,720 --> 00:10:48,889 คือยีราฟ ผู้ท้าทายแรงโน้มถ่วง 123 00:10:51,892 --> 00:10:54,853 ยีราฟเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูงที่สุดในโลก 124 00:10:55,187 --> 00:10:57,898 เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 20 ฟุต 125 00:11:04,238 --> 00:11:07,908 ถึงแม้ยีราฟจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กันเป็นกลุ่ม 126 00:11:08,075 --> 00:11:11,036 แต่พวกมันไม่มีความผูกพัน กับยีราฟตัวอื่นในกลุ่มมากนัก 127 00:11:18,585 --> 00:11:22,089 ที่เห็นอยู่นี่คือยีราฟสองตัวกำลังกินใบอะคาเซีย 128 00:11:22,589 --> 00:11:24,925 เฉพาะคออย่างเดียวก็ยาวสองเมตรแล้ว 129 00:11:25,050 --> 00:11:27,261 และได้วิวัฒนาการมาเป็นล้านๆ ปี 130 00:11:27,427 --> 00:11:30,347 เพื่อมันจะได้เอื้อมถึงใบของต้นไม้ที่สูงที่สุด 131 00:11:31,265 --> 00:11:36,645 ตาโปนใหญ่ของยีราฟ ทำให้มันสามารถมองเห็นภาพพื้นที่กว้าง 132 00:11:37,020 --> 00:11:39,398 ทำให้มันสังเกตเห็นสัตว์ล่าเหยื่อได้ดี 133 00:11:40,315 --> 00:11:44,653 นอกจากจะมีคอที่ยาวอย่างเหลือเชื่อแล้ว ยีราฟยังมีลิ้นที่ 134 00:11:44,736 --> 00:11:47,698 สามารถขยายจนมีความยาวได้ 50 เซนติเมตร 135 00:11:48,323 --> 00:11:50,075 เช่นเดียวกับรอยนิ้วมือคน 136 00:11:50,158 --> 00:11:53,495 ยีราฟแต่ละตัวจะมีลวดลายบนขน ไม่เหมือนใคร 137 00:11:54,621 --> 00:11:57,958 ลวดลายซับซ้อนเหล่านี้ ให้ความพรางตัวที่ดีแก่ยีราฟ 138 00:11:58,000 --> 00:12:00,419 ทำให้สัตว์ล่าเหยื่อเห็นยีราฟได้ยากขึ้น 139 00:12:04,464 --> 00:12:07,676 อย่างที่เห็น ในบริเวณนี้ไม่มีการขาดแคลนอาหาร 140 00:12:08,427 --> 00:12:13,015 และนี่คือโชคดีของมันและครอบครัว เพราะยีราฟต้องกินเยอะ 141 00:12:13,098 --> 00:12:16,185 ไม่ใช่กินแค่ใบเท่านั้น แต่รวมทั้งกิ่งด้วย 142 00:12:16,268 --> 00:12:19,188 เพราะมันมีแคลเซี่ยมและโปรตีนสูงกว่า 143 00:12:19,396 --> 00:12:22,065 ซึ่งยีราฟต้องการเพื่อคงอัตราการเจริญเติบโต 144 00:12:23,483 --> 00:12:26,820 มันยังชอบกินหญ้า พุ่มไม้และผลไม้ด้วย 145 00:12:27,613 --> 00:12:30,782 รวมๆ แล้ว ยีราฟคือสัตว์ที่หิวเก่งมาก 146 00:12:30,824 --> 00:12:34,828 กินใบไม้ ยอดไม้วันละประมาณ 34 กิโลกรัม 147 00:12:41,126 --> 00:12:46,340 ยีราฟย่อยใบไม้ ยอดไม้ที่กินเข้าไป คล้ายๆ กับวัว 148 00:12:47,382 --> 00:12:51,345 พวกมันชอบเคี้ยวอาหาร กลืนลงไป เพื่อให้ย่อยนิดหน่อย 149 00:12:51,595 --> 00:12:54,765 ก่อนที่จะส่งกลับขึ้นมาในปาก เพื่อเคี้ยวอีก 150 00:13:04,066 --> 00:13:06,276 เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการอาหาร ปริมาณมากของมัน 151 00:13:06,568 --> 00:13:09,446 ครอบครัวย้ายไปกินต้นไม้ชุดต่อไป 152 00:13:13,367 --> 00:13:16,370 แต่มีสัตว์ที่น่าสนใจให้ค้นหาอีกมากในแอฟริกา 153 00:13:21,500 --> 00:13:24,461 ตอนนี้เรากำลังได้เห็นสมาชิกใหม่ของโขลงช้าง 154 00:13:24,962 --> 00:13:27,881 ลูกช้างอายุประมาณสองอาทิตย์ 155 00:13:30,634 --> 00:13:36,348 เช่นเดียวกับลูกม้าลาย ลูกช้างเมื่อคลอดออกมา ก็เกือบยืนและเดินได้เดี๋ยวนั้นเลย 156 00:13:37,683 --> 00:13:40,394 ซึ่งจะให้โอกาสมันหนีสัตว์ล่าเหยื่อได้ดีกว่า 157 00:13:40,435 --> 00:13:43,397 และเพราะช้างชอบเดินทางไกลๆ 158 00:13:43,480 --> 00:13:46,525 ลูกช้างตัวนี้จะไม่ทำให้ฝูงช้างต้องคอยนาน 159 00:13:47,401 --> 00:13:51,655 แม่อุปถัมภ์ทั้งหลายพาลูกช้าง ไปยังแหล่งนํ้าแห่งใหม่ 160 00:13:54,241 --> 00:13:56,410 ช้างต้องการนํ้ามาก 161 00:13:56,451 --> 00:14:01,081 และพวกมันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แหล่งนํ้า หรือกับการเสาะหาแหล่งนํ้า 162 00:14:01,248 --> 00:14:05,586 ยิ่งกว่านี้ ช้างคลายความร้อนให้ตัวเอง โดยการโบกหูไปมา 163 00:14:08,088 --> 00:14:13,427 เพราะในทุ่งหญ้าสะวันนานั้นร้อนมาก ช้างได้พัฒนาให้มีผิวหูกว้าง 164 00:14:14,386 --> 00:14:16,763 ไปดูพวกมันอาบนํ้าตอนเช้ากันดีกว่า 165 00:14:22,144 --> 00:14:26,190 ช้างอายุยืน มีสมองใหญ่ และฉลาดมาก 166 00:14:26,565 --> 00:14:29,735 จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า "ช้างไม่เคยลืม" 167 00:14:30,444 --> 00:14:33,947 ชีวิตของช้างตัวผู้และช้างตัวเมีย ต่างกันมาก 168 00:14:34,239 --> 00:14:38,619 ช้างตัวเมียสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นต่อกัน และช่วยกันเลี้ยงลูก 169 00:14:39,077 --> 00:14:42,414 ขณะที่ช้างตัวผู้ชอบอยู่ตามลำพัง 170 00:14:42,789 --> 00:14:46,710 จนบางครั้งพวกมันจะจากฝูงของตัวเองไป และรวมกับช้างอีกฝูงหนึ่ง 171 00:14:47,336 --> 00:14:51,340 ช้างตัวนี้ขึ้นจากนํ้าพร้อมมีโคลน หนาเป็นปึกติดหลังไปด้วย 172 00:14:52,090 --> 00:14:54,426 มันรู้ว่าโคลนช่วย ป้องกันความร้อนจากตะวันได้ 173 00:14:54,468 --> 00:14:56,637 และยังช่วยเป็นยาป้องกันแมลงได้ด้วย 174 00:15:01,391 --> 00:15:05,103 เมื่อเวลาของวันผ่านไปเรื่อยๆ ในหญ้าสูงแห่งทุ่งสะวันนา 175 00:15:05,145 --> 00:15:07,814 สัตว์นานาชนิดเคลื่อนไหวโดยไม่มีอะไรขัดขวาง 176 00:15:09,274 --> 00:15:13,111 ที่เห็นอยู่คือชีตาห์ เป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง 177 00:15:14,112 --> 00:15:18,450 เสือชีตาห์สามารถวิ่งได้เร็วถึง 75 ไมล์ต่อชั่วโมง 178 00:15:26,667 --> 00:15:32,256 ชีตาห์ตัวเมียตัวนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของมัน หลบแดดแห่งทวีปแอฟริกาที่ร้อนแรง 179 00:15:36,635 --> 00:15:41,849 แต่ไม่เหมือนกับเสือส่วนใหญ่ในแอฟริกา มันชอบล่าเหยื่อตอนกลางวันด้วย 180 00:15:48,146 --> 00:15:51,900 และอย่างที่เห็น รูปร่างของชีตาห์สร้างขึ้นมาเพื่อความเร็ว 181 00:15:54,152 --> 00:15:56,196 รูปร่างของมันผอมและยาว 182 00:15:56,238 --> 00:15:59,408 ซึ่งเบามากสำหรับสัตว์ตัวขนาดนี้ 183 00:16:01,368 --> 00:16:04,371 ดังนั้นมันจึงมีขายาว กระดูกสันหลังที่งอไปมาได้ 184 00:16:04,663 --> 00:16:09,543 และหางยาวมากเพื่อช่วยการทรงตัว ขณะวิ่งไล่กวดเหยื่อ 185 00:16:24,641 --> 00:16:27,352 การได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทุ่งหญ้าสะวันนา 186 00:16:27,436 --> 00:16:30,397 ต้องเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดอย่างหนึ่งบนโลก 187 00:16:31,231 --> 00:16:34,735 เมื่อแสงตะวันคืบคลานผ่านทุ่งหญ้า 188 00:16:34,776 --> 00:16:40,073 เรารู้สึกได้ว่าสัตว์ป่าทั้งหลายกำลังตื่นขึ้นมา สู่วันใหม่ที่น่าตื่นเต้นอีกวันหนึ่ง 189 00:16:41,116 --> 00:16:43,368 สัตว์ตัวหนึ่งตื่นก่อนใครเสมอ 190 00:16:43,619 --> 00:16:46,747 มันคือไฮยีน่าลายจุดกำลังออกหากิน 191 00:16:51,960 --> 00:16:55,255 คนส่วนใหญ่คิดว่าไฮยีน่า เป็นแค่สัตว์กินซาก 192 00:16:55,339 --> 00:16:58,592 กินซากสัตว์ที่สัตว์อื่นฆ่าแล้วกินเหลือ 193 00:16:58,675 --> 00:17:00,928 อย่างเช่นชีตาห์หรือเสือดาว 194 00:17:01,512 --> 00:17:04,932 อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้เราพบว่า ไฮยีน่าลายจุด 195 00:17:04,973 --> 00:17:09,853 จริงๆ แล้ว พวกมันฆ่าสัตว์ที่มันกินเองตั้ง 95 เปอร์เซ็นต์ 196 00:17:14,525 --> 00:17:17,069 ไฮยีน่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมาก 197 00:17:17,277 --> 00:17:20,989 และเคยสู้กับเสือดาว และบางครั้งแม้แต่สิงโตตัวเมีย 198 00:17:21,073 --> 00:17:23,116 เพื่อรักษาอาหารของพวกมันไว้ 199 00:17:23,951 --> 00:17:26,954 มีข่าวว่าไฮยีน่าดุมากจนถึงขั้นทำร้ายคน 200 00:17:31,500 --> 00:17:33,502 นี่คือไฮยีน่าลายจุด 201 00:17:33,627 --> 00:17:36,421 มันเป็นพันธุ์ที่ชอบเข้าสังคมมากที่สุด ในบรรดาไฮยีน่าชนิดต่างๆ 202 00:17:36,463 --> 00:17:38,632 และเป็นชนิดที่ล่าเหยื่อเก่งที่สุดด้วย 203 00:17:39,132 --> 00:17:42,469 ไฮยีน่าลายจุด มีนํ้าหนักสูงสุดถึง 75 กิโลกรัม 204 00:17:42,803 --> 00:17:45,389 แน่นอนว่าทำให้พวกมันเป็นศัตรูที่น่าเกรงขาม 205 00:17:51,562 --> 00:17:55,148 ภูมิประเทศโรแมนติกแห่งนี้ ดูเงียบสงบ 206 00:17:55,983 --> 00:17:57,442 แต่นี่คือความลวงตา 207 00:17:59,444 --> 00:18:03,031 เพราะนางสิงโตกำลังมองหา สัตว์ที่เหมาะสมเป็นอาหาร 208 00:18:03,866 --> 00:18:08,495 สิ่งที่มันไม่รู้ คืออาหารที่อร่อยที่สุดอยู่เลยภูเขาไปนิดเดียว 209 00:18:10,080 --> 00:18:14,334 ควายแอฟริกาเหล่านี้เชื่องช้า และไม่ค่อยฉลาด 210 00:18:14,835 --> 00:18:18,505 หมายความว่าพวกสัตว์ล่าเหยื่ออย่างสิงโต ล่ามันไปกินได้ง่าย 211 00:18:19,673 --> 00:18:24,178 สัตว์ป่าทุกตัวที่แหล่งนํ้าแห่งนี้ กำลังหาประโยชน์จากความเย็นฉํ่าของโคลน 212 00:18:24,344 --> 00:18:28,390 อย่างลืมอันตรายที่แฝงตัว อยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนาที่อยู่รอบด้าน 213 00:18:29,850 --> 00:18:33,979 ในที่สุด สิงโตก็เห็นควายที่เพิ่งขึ้นจากนํ้า 214 00:18:36,648 --> 00:18:39,359 ควายเดินออกไปจากที่นั่นอย่างช้าๆ 215 00:18:40,694 --> 00:18:42,905 แต่พวกมันตัวหนึ่งหรือสองตัวดูเหมือนวิตก 216 00:18:43,113 --> 00:18:45,616 พวกมันอาจจะรู้สึกเหมือน กำลังถูกจับตามอง 217 00:18:50,495 --> 00:18:55,959 ควายแอฟริกามีความสัมพันธ์ แบบต่างฝ่ายต่างพึ่งกันกับนกตัวเล็กๆ 218 00:18:56,335 --> 00:19:00,297 ควายให้อาหารแก่นกในรูปแบบของแมลง 219 00:19:00,547 --> 00:19:02,883 ขณะรับบริการทำความสะอาด 220 00:19:13,185 --> 00:19:16,688 ทันใดนั้น นางสิงโตและน้องสาว เริ่มออกวิ่ง 221 00:19:16,813 --> 00:19:19,483 และวิ่งไล่กวดควายฝูงใหญ่ 222 00:19:20,859 --> 00:19:24,863 ควายพวกนี้สามารถเอาชนะสิงโตได้ หากพวกมันร่วมมือร่วมใจกัน 223 00:19:26,114 --> 00:19:28,242 แต่ครั้งนี้ พวกมันหนีไปได้ 224 00:19:36,333 --> 00:19:40,629 สิงโตเป็นสัตว์สังคมและอยู่กันเป็นฝูง 225 00:19:41,213 --> 00:19:45,884 นอกเหนือจากการล่าและเลียขนกันแล้ว พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนกลางวันพักผ่อน 226 00:19:46,343 --> 00:19:49,888 การทำเช่นนี้ก็เพื่อรักษากำลังไว้ และเพื่อซ่อนตัว 227 00:19:52,933 --> 00:19:57,938 สิงโตโตขึ้นด้วยกันจะสร้างความสัมพันธ์ แบบครอบครัวใกล้ชิดและสายใยแห่งความเป็นเพื่อน 228 00:20:02,276 --> 00:20:06,196 วันนี้ พี่น้องคู่นี้พลาดที่จะนำอาหาร กลับมาที่ฝูงได้ 229 00:20:06,780 --> 00:20:10,367 ดังนั้นสิงโตตัวนี้อาจต้องรออาหารมื้อต่อไปอีกนาน 230 00:20:26,216 --> 00:20:29,511 แต่แอฟริกามีสัตว์ที่น่าสนใจมานำเสนออีกมาก 231 00:20:29,928 --> 00:20:31,680 เช่นลิงบาบูน 232 00:20:33,765 --> 00:20:38,061 ลิงบาบูนชัคมัสเหล่านี้ชอบเดินใน ทุ่งหญ้าสะวันนาเป็นกลุ่ม 233 00:20:38,312 --> 00:20:39,897 หาอาหารกิน 234 00:20:43,066 --> 00:20:45,777 สำหรับบาบูนเหล่านี้ สถานะทางสังคมของสมาชิก 235 00:20:45,819 --> 00:20:48,655 มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจหาอาหารกิน 236 00:20:49,198 --> 00:20:52,492 สมาชิกที่มีอิทธิพลที่สุด ปกติคือจ่าฝูงตัวผู้ 237 00:20:52,659 --> 00:20:57,080 จะเป็นผู้นำและตัดสินใจ ว่าจะไปหาอาหารกินที่ไหน 238 00:20:57,831 --> 00:21:01,335 ลิงน้อยตัวนี้สนุกกับการได้ขี่หลังแม่ 239 00:21:26,109 --> 00:21:28,612 เมื่อบาบูนกลุ่มนี้ไปถึงบริเวณที่ดี 240 00:21:28,737 --> 00:21:31,323 พวกมันจะร่วมกันแสดง พฤติกรรมการออกหาอาหารกิน 241 00:21:31,365 --> 00:21:34,576 เพื่อที่พวกมันจะได้กินอาหาร ในปริมาณใกล้เคียงกัน 242 00:21:38,705 --> 00:21:42,543 บาบูนชัคมัส อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ที่เรียกว่ากองทหาร 243 00:21:43,335 --> 00:21:45,838 ในกองทหาร บาบูนตัวผู้และตัวเมีย 244 00:21:45,879 --> 00:21:48,715 อาจสร้างความสัมพันธ์ที่เรียกได้ว่า "เพื่อน" 245 00:21:54,721 --> 00:21:57,724 มาดูบาบูนตัวเล็กๆ เหล่านี้เล่นกัน 246 00:21:57,808 --> 00:21:59,309 ปีนต้นไม้ 247 00:21:59,393 --> 00:22:01,395 เหมือนเด็กเล่นกันในสนามเด็กเล่น 248 00:22:13,615 --> 00:22:18,370 อย่างสนุกสนานไร้เดียงสาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว ลิงเหล่านั้นเกือบลืมไปเลย 249 00:22:18,537 --> 00:22:23,041 ว่าในทุ่งหญ้าสะวันนา จะมีบางสิ่งที่น่ากลัวจ้องมองอยู่เสมอ 250 00:22:27,254 --> 00:22:30,632 การบินวนบ่งลางร้ายของนก มีความหมายเพียงอย่างเดียว 251 00:22:31,300 --> 00:22:32,509 ได้มีการฆ่าเกิดขึ้น 252 00:22:37,973 --> 00:22:41,810 นกกินซากฉวยโอกาสพวกนี้ บินมายังที่ที่มีการฆ่าเกิดขึ้นเป็นฝูง 253 00:22:41,894 --> 00:22:44,271 เพื่อพยายามจะแย่งอาหารฟรี 254 00:22:44,938 --> 00:22:49,026 เหยื่อคือควายแอฟริกา ซึ่งถูกฆ่าโดยไฮยีน่า 255 00:22:49,651 --> 00:22:53,572 ภาพสยองขวัญที่เต็มไปด้วยเลือดนี้ เป็นเรื่องปกติในป่าแอฟริกา 256 00:22:59,620 --> 00:23:01,872 นกกินซากเช่นมาราบู 257 00:23:01,955 --> 00:23:04,791 และอีแร้งมาจับกลุ่มกันที่ยอดไม้ต้นนี้ 258 00:23:05,042 --> 00:23:07,252 คอยเวลาที่พวกมันจะได้กินบ้าง 259 00:23:08,420 --> 00:23:13,425 มาราบูเหล่านี้ปกติเป็นนกที่เดินหากินในนํ้า แต่ไม่เคยปฏิเสธอาหารฟรี 260 00:23:14,468 --> 00:23:18,138 การแย่งอาหารกินใช้ความพยายามน้อยกว่ามาก และเสียกำลังน้อยกว่ามาก 261 00:23:18,347 --> 00:23:21,600 ดังนั้นสัตว์ส่วนใหญ่ เมื่อมีโอกาสก็จะแย่งกิน 262 00:23:30,692 --> 00:23:33,654 ไฮยีน่าพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อไล่อีแร้ง 263 00:23:33,904 --> 00:23:35,864 เพราะรู้ว่าอีแร้งจะกินอาหารของมันหมด อย่างรวดเร็ว 264 00:23:37,658 --> 00:23:39,660 แต่อีแร้งก็ไม่ยอมง่ายๆ 265 00:23:39,910 --> 00:23:42,454 ต้องเป็นอะไรมากกว่านั้น ถึงจะทำให้มันกลัวทิ้งอาหารไปได้ 266 00:23:44,414 --> 00:23:47,334 ความตั้งใจมั่นของพวกอีแร้ง ได้ผลในที่สุด 267 00:23:47,459 --> 00:23:51,630 ขณะที่พวกไฮยีน่ากำลังกิน พวกอีแร้งวิ่งเข้าใส่ 268 00:23:51,672 --> 00:23:53,382 และแย่งกินควายได้ 269 00:23:57,803 --> 00:24:00,180 ถึงแม้มาราบูจะสูงกว่าอีแร้ง 270 00:24:00,222 --> 00:24:03,016 แต่มันเทียบพวกอีแร้งไม่ได้ ในด้านความดุร้ายและการใช้กำลัง 271 00:24:03,225 --> 00:24:05,853 และถูกผลักให้ต้องดูอยู่ข้างๆ 272 00:24:22,911 --> 00:24:26,498 ทุ่งหญ้าสะวันนานั้นเงียบสงบ ภายใต้แสงตะวันอันร้อนระอุในตอนบ่าย 273 00:24:28,625 --> 00:24:30,752 พวกวิลเดอบีสต์ยังเดินกันต่อไป 274 00:24:31,795 --> 00:24:33,338 เหล่านี้เป็นวิลเดอบีสต์สีนํ้าเงิน 275 00:24:33,589 --> 00:24:36,216 และพวกมันกำลังเดินอพยพ บนเส้นทางที่ทั้งไกลและเหนื่อยยาก 276 00:24:36,300 --> 00:24:41,722 ผ่านพื้นที่อันกว้างใหญ่ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อหาหญ้าอ่อนกิน 277 00:24:45,392 --> 00:24:49,730 ระหว่างการเดินทางอพยพนี้ พวกวิลเดอบีสต์ตกเหยื่อของสัตว์ล่าเนื้อได้ง่าย 278 00:24:49,813 --> 00:24:55,277 เช่นพวกเสือดาว ชีตาห์ ไฮยีน่าลายจุด และจระเข้แม่นํ้าไนล์เจ้าเล่ห์ 279 00:24:58,197 --> 00:25:00,949 วิลเดอบีสต์ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ 280 00:25:01,033 --> 00:25:04,203 เมื่อมีความเสี่ยงว่าจะถูกโจมตี จากสัตว์ล่าเนื้อสูง 281 00:25:05,329 --> 00:25:08,582 เสือดาวที่อยู่บนต้นไม้สูง เห็นฝูงนี้แล้ว 282 00:25:12,586 --> 00:25:15,839 มันเห็นแล้วว่ามีวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งในฝูง ขาบาดเจ็บ 283 00:25:16,590 --> 00:25:20,260 การมีขาบาดเจ็บจะทำให้เสือดาว จับมันฆ่าได้ง่ายขึ้น 284 00:25:21,386 --> 00:25:24,932 ท่าทางของมันเปลี่ยนไปเกือบจะในฉับพลัน จากแมวเกียจคร้าน 285 00:25:25,098 --> 00:25:28,101 เป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น 286 00:25:34,566 --> 00:25:38,820 มันลงมาจากจุดมองหาเหยื่อบนต้นไม้ และเข้าไปในพุ่มไม้ 287 00:25:40,781 --> 00:25:45,452 เสือดาวเคลื่อนตัวอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ค่อยๆ ก้าวเท้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียง 288 00:25:49,790 --> 00:25:54,336 มันพยายามทำตัวไม่ให้เด่น เพื่อวิลเดอบีสต์จะได้ไม่สนใจ 289 00:25:55,254 --> 00:25:59,675 พวกอีแร้งรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นและมารวมตัวกัน หวังได้กินของฟรี 290 00:26:02,594 --> 00:26:04,972 มันทำให้แน่ใจว่าจะต้องอยู่ตามหญ้าสูงๆ 291 00:26:05,055 --> 00:26:07,975 ใช้ขนพรางของมันให้ผลดีที่สุด 292 00:26:09,476 --> 00:26:12,980 มันโดดใส่ทันทีแล้วกัดที่คอวิลเดอบีสต์ 293 00:26:13,146 --> 00:26:16,316 ฟันของมันกัดแน่นอยู่ที่หลอดลม ของวิลเดอบีสต์ 294 00:26:16,358 --> 00:26:18,277 เพื่อให้มันหายใจไม่ออกตาย 295 00:26:25,450 --> 00:26:28,453 พวกอีแร้งเห็นเหตุการณ์รุนแรง ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 296 00:26:28,495 --> 00:26:30,873 และรู้ว่าเดี๋ยวอาหารก็จะมาแล้ว 297 00:26:31,999 --> 00:26:36,211 เสือดาวจบการล่าด้วยการลาก วิลเดอบีสต์เข้าไปในหญ้าสูง 298 00:26:36,295 --> 00:26:38,630 เพื่อซ่อนไม่ให้สัตว์กินซาก และสัตว์ล่าเหยื่ออื่นๆ เห็น 299 00:26:39,173 --> 00:26:41,341 เสือดาวชอบเก็บสัตว์ที่มันฆ่า 300 00:26:41,383 --> 00:26:44,011 เพื่อเอาไว้กินนานๆ 301 00:26:44,386 --> 00:26:47,139 บางทีมันเอาซ่อนไว้หลายตัวในเวลาเดียวกัน 302 00:26:47,306 --> 00:26:49,141 และจะเปลี่ยนไปกินตัวโน้นบ้างตัวนี้บ้าง 303 00:26:54,938 --> 00:26:57,733 เสือดาวต้องทำให้แน่ใจว่าซากสัตว์เหล่านี้ 304 00:26:57,816 --> 00:27:00,819 ซ่อนอย่างมิดชิดที่สุด ไม่งั้นก็เป็นอย่างที่เราเพิ่งเห็น 305 00:27:00,861 --> 00:27:03,405 มีสัตว์กินซากนับไม่ถ้วนที่อาศัยอยู่ในถิ่นนี้ 306 00:27:03,530 --> 00:27:06,658 หิวโหยและยินดีกินทุกอย่างที่หาได้ 307 00:27:25,010 --> 00:27:28,388 ช้างถูกบังคับให้ย้ายออกจากแหล่งนํ้า 308 00:27:28,472 --> 00:27:30,390 สู่ที่ราบอันแห้งแล้งและกันดาร 309 00:27:30,474 --> 00:27:33,977 เพื่อหาหญ้าและพืชต่างๆ กิน 310 00:27:34,561 --> 00:27:36,146 ช้างแอฟริกาที่โตเต็มวัย 311 00:27:36,230 --> 00:27:40,776 กินอาหารระหว่าง 100 ถึง 150 กิโลกรัมต่อวัน 312 00:27:41,401 --> 00:27:43,946 และใช้เวลาสามในสี่ของเวลาของมัน 313 00:27:44,071 --> 00:27:46,073 ทั้งกลางวันและกลางคืน กินอาหาร 314 00:27:46,448 --> 00:27:49,326 ตัวนี้ใช้งวง ซึ่งคล่องแคล่วอย่างเหลือเชื่อ 315 00:27:49,409 --> 00:27:51,912 ดึงหญ้าขึ้นมาจากพื้นดิน ใส่เข้าปาก 316 00:27:53,372 --> 00:27:56,291 งาช้างใช้ได้หลายอย่าง 317 00:27:56,750 --> 00:28:00,295 รวมทั้งใช้ขุด ฉีกเปลือกต้นไม้หรือทำสัญลักษณ์บนต้นไม้ 318 00:28:00,629 --> 00:28:02,756 ถางกิ่งก้านและยอดใบ 319 00:28:02,923 --> 00:28:07,052 และเมื่อยักษ์ใหญ่ผู้รักสงบเหล่านี้ ถูกบังคับให้สู้เพื่อปกป้องครอบครัว 320 00:28:07,386 --> 00:28:10,430 งาของพวกมันจะกลายเป็นอาวุธอันตรายมาก 321 00:28:11,431 --> 00:28:14,268 ช้างสามารถควบคุมงาของมันได้เป็นอย่างดี 322 00:28:14,935 --> 00:28:18,981 เครื่องมืออำนาจสูงนี้ยังสามารถทำให้ช้าง หายใจขณะอยู่ในนํ้า 323 00:28:19,106 --> 00:28:22,109 ทำเสียงเป่าแตรดังๆ ที่เรารู้จักกันดี 324 00:28:22,442 --> 00:28:24,778 และเพื่อสัมผัสรับรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ 325 00:28:25,404 --> 00:28:29,366 แต่ประสาทสัมผัสที่สำคัญที่สุดสำหรับช้าง คือการดมกลิ่นได้ 326 00:28:29,449 --> 00:28:32,244 มีการประเมินกันว่า ความสามารถในการดมกลิ่นของช้าง 327 00:28:32,494 --> 00:28:34,955 ดีกว่าของหมาบลัดฮาวด์สี่เท่า 328 00:28:36,582 --> 00:28:40,460 ฤดูแล้งสามารถสร้างความโหดร้ายได้อย่างสุดๆ บนทุ่งกว้างในแอฟริกา 329 00:28:40,627 --> 00:28:44,298 และมีสัตว์มากมายต้องตายเพราะขาดนํ้า หรืออาหาร 330 00:28:44,381 --> 00:28:47,467 ดังนั้นการอพยพ คือความหวังเดียวสำหรับความอยู่รอด 331 00:28:52,556 --> 00:28:55,976 ในที่สุดวิลเดอบีสต์ ก็มาถึงที่หมายของการอพยพที่ยาวนาน 332 00:28:56,059 --> 00:28:57,769 ในการแสวงหาแหล่งกินหญ้าใหม่ 333 00:28:58,437 --> 00:29:01,648 พวกมันพบแหล่งนํ้าที่เหมาะสม ซึ่งพวกมันใช้กินนํ้าได้ 334 00:29:01,815 --> 00:29:03,609 หลังจากเดินไม่ได้กินนํ้ามานาน 335 00:29:12,659 --> 00:29:15,954 การอพยพประจำปีที่เหนือธรรมดาของวิลเดอบีสต์ 336 00:29:15,996 --> 00:29:18,624 คือหนึ่งในเจ็ด ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ 337 00:29:18,665 --> 00:29:23,253 ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่จะมีการเคลื่อนย้ายของสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่เท่ากับการเดินทางของวิลเดอบีสต์ 338 00:29:28,800 --> 00:29:32,804 วิลเดอบีสต์ค่อยๆ พัฒนา เพื่อให้การอพยพของมันตรงเวลา 339 00:29:32,846 --> 00:29:35,682 กับการตกของฝนและการขึ้นของหญ้าประจำปี 340 00:29:36,141 --> 00:29:40,854 ด้วยวิธีนี้ วิลเดอบีสต์จะอยู่ใกล้แหล่งนํ้าตลอดเวลา 341 00:29:53,659 --> 00:29:55,869 ขณะที่วิลเดอบีสต์กำลังดื่มนํ้าให้หายหิว 342 00:29:56,370 --> 00:29:59,456 ม้าลายตัวนี้กำลังสร้างความสัมพันธ์ กับม้าลายอื่นๆ ในฝูง 343 00:30:00,082 --> 00:30:03,001 ความสัมพันธ์อันใกล้ชิด มีค่ามากในสภาพแวดล้อมที่กันดารนี้ 344 00:30:06,004 --> 00:30:09,216 เพราะพวกมันหิวนํ้าบ่อย ม้าลายจึงไม่มีทางเลือก 345 00:30:09,383 --> 00:30:12,928 และต้องเผชิญกับอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในนํ้าตลอดเวลา เช่นจระเข้ 346 00:30:13,512 --> 00:30:17,391 จระเข้ตัวนี้จมตัวของมันอยู่ในนํ้าลึก เพื่อจะได้ไม่มีใครเห็นมัน 347 00:30:18,392 --> 00:30:20,853 แต่ครั้งนี้ม้าลายเห็นมัน 348 00:30:20,894 --> 00:30:23,146 และทั้งฝูงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปได้ 349 00:30:31,029 --> 00:30:34,992 ม้าลายตัวหนึ่งเพิ่งตกลูก 350 00:30:35,158 --> 00:30:39,955 ม้าลายตัวเมียโตเร็วกว่าตัวผู้มาก 351 00:30:40,247 --> 00:30:44,126 และสามารถเริ่มมีลูกได้ตั้งแต่อายุสามปี 352 00:30:44,251 --> 00:30:48,881 ขณะที่ตัวผู้ไม่แข็งแรงพอที่จะผสมพันธุ์ได้ จนอายุราวๆ ห้าหรือหกปี 353 00:30:49,840 --> 00:30:52,759 เช่นเดียวกับม้า ลูกม้าลายสามารถยืนได้ 354 00:30:52,843 --> 00:30:56,096 และเริ่มเดินได้เกือบจะทันทีหลังเกิด 355 00:30:56,430 --> 00:31:00,267 นี่คือการค่อยๆ พัฒนาปรับตัว เพื่อทำให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของสัตว์ล่าเนื้อง่ายๆ 356 00:31:01,393 --> 00:31:05,606 ลูกม้าลายมีลายทางขนสีนํ้าตาลและขาว แต่ลายทางเหล่านี้จะกลายเป็นสีแก่เมื่อมันโตขึ้น 357 00:31:06,607 --> 00:31:09,484 ลูกม้าลายเกิดมาพร้อมมีรกติดมาด้วย 358 00:31:09,568 --> 00:31:13,488 ซึ่งบางครั้งแม่ม้าจะกินรกนี้ เพราะมันเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีค่า 359 00:31:13,655 --> 00:31:16,825 และเกลือซึ่งแม่ม้าต้องการ หลังต้องเหนื่อยจากการเจ็บท้อง 360 00:31:17,993 --> 00:31:21,788 รกยังเป็นอาหารที่มีคุณค่า สำหรับสัตว์อื่นได้ด้วย 361 00:31:23,832 --> 00:31:27,669 นกอินทรีสีนํ้าตาลเหล่านี้ เห็นรกที่ถูกทิ้งไว้ก่อนใครๆ 362 00:31:28,086 --> 00:31:31,215 แต่ไม่ช้าก็มีนกอื่นๆ เข้ามาร่วมวง 363 00:31:31,507 --> 00:31:33,550 อีแร้งตัวนี้ตัวใหญ่กว่านกอินทรี 364 00:31:33,634 --> 00:31:36,178 และมันได้เลือกกินก่อนใคร เมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร 365 00:31:37,763 --> 00:31:39,515 ทันใด ก็เกิดการแย่งกันกิน 366 00:31:39,640 --> 00:31:43,477 เมื่อมีนกจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และพยายามแย่งอาหารกลางวันฟรีที่มีอยู่ 367 00:31:54,988 --> 00:31:58,534 นกอินทรี ผู้ที่มาถึงก่อนใคร ถูกผลักดันให้ออกไปยืนดูอยู่ห่างๆ 368 00:31:58,617 --> 00:32:00,494 ขณะพวกอีแร้งกำลังกิน 369 00:32:22,891 --> 00:32:24,810 ลูกม้าเดินเบียดอยู่กับแม่ของมัน 370 00:32:25,352 --> 00:32:30,816 อีแร้งที่หิวโซและไร้ความเมตตา คือประสบการณ์แรกในชีวิตของลูกม้าบนทุ่งหญ้าแอฟริกา 371 00:32:31,608 --> 00:32:33,694 แม่ม้าลายเดินชิดกับลูก 372 00:32:33,735 --> 00:32:36,613 โดยปกป้องลูกของมันตามสัญชาตญาณ จากสมาชิกอื่นในฝูง 373 00:32:36,697 --> 00:32:41,118 ผู้ซึ่งในที่สุดจะเข้าใจหน้าที่ของมัน ในระดับชั้นของชีวิตสัตว์ป่าในท้องถิ่น 374 00:32:41,785 --> 00:32:45,831 มาดูกันว่าลูกม้าเห็นอะไร ในช่วงสองสามวินาทีแรกของชีวิต 375 00:32:55,549 --> 00:32:58,385 แม่กับลูกสาวไปเดินเล่นครั้งแรกด้วยกัน 376 00:32:59,136 --> 00:33:03,223 ความสามารถในการเดินของลูกม้า ตอนเกิดใหม่ๆ เหลือเชื่อมาก 377 00:33:05,184 --> 00:33:07,811 แม่พาลูกสาวไปที่แอ่งนํ้า 378 00:33:08,145 --> 00:33:12,024 แม่ม้าหิวนํ้ามาก หลังเหนื่อยจากการคลอด 379 00:33:16,778 --> 00:33:20,240 ไม่มีสัตว์ชนิดไหนจะมีขนที่มีสีสัน เป็นเอกลักษณ์ยิ่งกว่าม้าลาย 380 00:33:20,324 --> 00:33:22,618 ไม่มีม้าลายสองตัวไหนที่เหมือนกัน 381 00:33:23,702 --> 00:33:25,412 มีทฤษฎีต่างๆ มากมาย 382 00:33:25,454 --> 00:33:29,124 ที่พยายามอธิบายเหตุผล เรื่องลายทางอันเตะตาของม้าลาย 383 00:33:31,293 --> 00:33:35,631 เพราะความเป็นเอกลักษณ์ของมัน ลายทาง อาจช่วยให้ม้าลายจำกันได้ 384 00:33:36,089 --> 00:33:39,593 รูปแบบของลายทางอาจยังช่วย ไม่ให้สัตว์ล่าเหยื่อสามารถแยก 385 00:33:39,635 --> 00:33:43,430 ตัวใดตัวหนึ่งออกจากฝูงที่กำลังวิ่ง และบิดเบือนระยะห่างตอนเที่ยงวัน 386 00:33:48,894 --> 00:33:53,357 เพื่อการเดินที่ปลอดภัยมากขึ้น บ่อยครั้งม้าลายจะเดินทางร่วมกับวิลเดอบีสต์ 387 00:33:58,153 --> 00:34:02,115 ฝูงวิลเดอบีสต์ขนาดยักษ์นี้ มีสมาชิกเป็นพันๆ ตัว 388 00:34:02,449 --> 00:34:05,702 ปกคลุมที่ราบทั้งหมด จนจรดเส้นขอบฟ้า 389 00:34:06,703 --> 00:34:09,873 ฤดูการตกลูกเริ่มแล้วบนทุ่งหญ้าสะวันนา 390 00:34:10,249 --> 00:34:12,960 ตอนนี้สัตว์หลายตัวได้ออกลูกแล้ว 391 00:34:13,585 --> 00:34:17,798 ตอนนี้วิลเดอบิสต์เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อหาแหล่งนํ้าแหล่งใหม่ 392 00:34:31,687 --> 00:34:35,858 แม้ในยามพักผ่อน ชีตาห์ก็ยังคงมองหาเหยื่ออยู่เสมอ 393 00:34:36,315 --> 00:34:39,194 ลูกชีตาห์หายใจหอบเพื่อให้เย็น 394 00:34:40,654 --> 00:34:44,824 ลูกชีตาห์เหล่านี้ยังอยู่กับแม่ และกำลังเรียนจากแม่ของพวกมัน 395 00:34:45,409 --> 00:34:48,286 แม่ของพวกมันจะนำเหยื่อที่บาดเจ็บ กลับมาให้ลูกๆ 396 00:34:48,328 --> 00:34:50,496 เพื่อสอนทักษะการล่าและการฆ่า 397 00:34:50,664 --> 00:34:53,417 จนกว่ามันจะคิดว่าลูกๆ ของมัน พร้อมจะเผชิญกับโลกด้วยตัวเอง 398 00:34:53,958 --> 00:34:57,670 หลังจากประมาณ 18 เดือน แม่ชีตาห์จะทิ้งลูกๆ ของมันไป 399 00:34:57,795 --> 00:35:00,465 ซึ่งลูกๆ ของมันจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มที่เรียกว่า ซิบ 400 00:35:01,507 --> 00:35:04,344 สองปีหลังจากนั้น ลูกชีตาห์ตัวเมีย จะแยกตัวไปจากกลุ่ม 401 00:35:04,386 --> 00:35:08,724 ตัวผู้จะอยู่กับกลุ่มต่อไป บางครั้งจนโตเต็มที่ 402 00:35:14,563 --> 00:35:19,443 มันยากที่จะจินตนาการว่าลูกชีตาห์ขนปุกปุยเหล่านี้ จะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ว่องไว 403 00:35:19,526 --> 00:35:21,028 ในอีกสองปีข้างหน้า 404 00:35:25,032 --> 00:35:28,994 เพราะมีลูกเล็กๆ ที่ต้องเลี้ยง แม่ชีตาห์ต้องมองหาเหยื่อตลอดเวลา 405 00:35:30,037 --> 00:35:34,458 อย่างไรก็ตาม มันไม่แน่ใจว่าจะสู้กำลังของวิลเดอบีสต์ได้ 406 00:35:34,833 --> 00:35:38,170 มันไปเห็น และสนใจกวางทอมสันและลูกแทน 407 00:35:38,837 --> 00:35:42,049 กวางเป็นหนึ่งในรายการอาหารโปรดของชีตาห์ 408 00:35:42,883 --> 00:35:46,386 ชีตาห์รู้ดีว่าการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ อาจส่งผลถึงการฆ่า 409 00:35:46,512 --> 00:35:49,556 มันจึงพาลูกๆ ไปด้วย เพื่อสอนวิธี 410 00:35:54,311 --> 00:35:56,688 กวางเป็นสัตว์ที่แข็งแรงและว่องไวมาก 411 00:35:56,730 --> 00:36:00,150 และสามารถวิ่งได้เร็วถึง 62 ไมล์ต่อชั่วโมง 412 00:36:00,817 --> 00:36:03,904 หมายความตามปกติ มันมีโอกาสหนีชีตาห์ได้ 413 00:36:03,987 --> 00:36:06,198 และหนีได้ประมาณ 50% ของการถูกล่าไล่ 414 00:36:07,199 --> 00:36:09,952 อย่างไรก็ตาม ละมั่งแอฟริกากับลูกอ่อน 415 00:36:10,035 --> 00:36:14,331 ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายเพราะลูกละมั่ง วิ่งได้เร็วน้อยกว่าแม่มาก 416 00:36:16,250 --> 00:36:19,419 ชีตาห์เห็นลูกละมั่งแยกกับแม่ของมัน 417 00:36:19,503 --> 00:36:22,673 เลยเลือกโอกาสนี้เข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว 418 00:36:23,882 --> 00:36:28,720 เห็นความเร็วอันเหลือเชื่อของมันได้ชัด มันวิ่งทันกวางอย่างรวดเร็ว 419 00:36:28,971 --> 00:36:31,306 กวางวิ่งคดเคี้ยวและหักหลบ 420 00:36:31,390 --> 00:36:33,517 แต่ชีตาห์ มีฝีมือดีพอสำหรับความท้าทายนั้น 421 00:36:35,269 --> 00:36:37,771 โดยใช้การทรงตัว และกิริยาตอบสนองอันยอดเยี่ยมของมัน 422 00:36:37,813 --> 00:36:40,774 วิ่งคดเคี้ยวตามกวางไป ก่อนจับมันได้ในที่สุด 423 00:36:41,358 --> 00:36:43,944 การฆ่าครั้งนี้เกือบไม่ใช่ความท้าทายเลย สำหรับชีตาห์ 424 00:36:44,111 --> 00:36:46,780 แต่สัตว์ที่นี่จะกินอาหารทุกอย่างที่มี 425 00:36:47,406 --> 00:36:50,617 แถมมันยังเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับลูกๆ ของมันด้วย 426 00:36:51,869 --> 00:36:55,789 ลูกชีตาห์เหล่านี้ต้องซึมซับบทเรียนอีกมากมาย จากแม่ของพวกมัน 427 00:36:55,914 --> 00:36:58,667 ก่อนพยายามออกล่าด้วยตัวเอง 428 00:37:02,880 --> 00:37:06,967 ลูกชีตาห์ในช่วงอายุขนาดนี้ กินเกือบไม่รู้จักอิ่ม 429 00:37:07,134 --> 00:37:10,762 เพราะร่างกายของมันต้องการโปรตีน ไขมันและแคลเซี่ยมเพื่อการเจริญเติบโต 430 00:37:17,644 --> 00:37:20,147 พวกมันต้องกินเหยื่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 431 00:37:20,230 --> 00:37:23,609 ไม่ใช่เพราะสัตว์กินซากเล็กๆ อย่างอีแร้งและมาราบู 432 00:37:23,984 --> 00:37:27,905 แต่เพราะสัตว์ล่าเหยื่อตัวใหญ่ๆ เช่นสิงโตซึ่งอยู่ใกล้ๆ 433 00:37:36,830 --> 00:37:40,834 แต่ตอนนี้พวกมันกินอาหารร่วมกัน อย่างครอบครัวได้อย่างสงบ 434 00:37:54,515 --> 00:37:56,350 แม่ชีตาห์พยายามทำให้แน่ใจ 435 00:37:56,391 --> 00:37:59,436 ว่าลูกๆ ของมันกินเหยื่อกันจนท้องกาง 436 00:37:59,645 --> 00:38:02,940 เพราะพวกมันอาจไม่ได้กินอาหารอีกนาน 437 00:38:16,578 --> 00:38:18,497 แอฟริกามีให้ชมอีกหลายอย่าง 438 00:38:20,207 --> 00:38:23,669 หมูป่าจะพบได้ทั่วไปในมาไซมารา 439 00:38:25,504 --> 00:38:28,173 หมูป่าเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับหมู 440 00:38:28,549 --> 00:38:33,512 มันเป็นสัตว์ที่ไม่หวงพื้นที่ แต่มันชอบอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า 441 00:38:33,554 --> 00:38:37,891 "เขตหากิน" ซึ่งพวกมันหากินกันเป็นฝูง 442 00:38:38,767 --> 00:38:42,229 พวกมันมีวิธีกินที่เป็นเอกลักษณ์ คือคุกเข่ากิน 443 00:38:43,480 --> 00:38:46,733 มันเป็นสัตว์กินพืชเป็นอาหาร หมายความว่า ส่วนใหญ่มันกินหญ้า 444 00:38:46,817 --> 00:38:49,444 ใบไม้ รากและอินทรียวัตถุ 445 00:38:50,696 --> 00:38:53,323 นางสิงโตตัวนี้มองเห็นลูกหมูป่าตัวหนึ่ง 446 00:38:53,407 --> 00:38:56,451 และ เหมือนกับชีตาห์ รู้ว่าสัตว์อายุน้อย 447 00:38:56,535 --> 00:38:58,620 จับได้ง่ายกว่าสัตว์ที่โตเต็มที่แล้วมาก 448 00:39:03,917 --> 00:39:06,253 อาหารนี้ไม่พอเลี้ยงทั้งฝูง 449 00:39:06,545 --> 00:39:10,382 แต่จะช่วยเพิ่มพลังให้เพียงพอสำหรับ การฆ่าสัตว์ใหญ่เพื่อเป็นอาหารมื้อต่อไป 450 00:39:12,259 --> 00:39:15,053 ทันใดนั้นสัญชาตญาณการล่า ของมันก็ถูกกระตุ้น 451 00:39:15,596 --> 00:39:18,640 ลูกหมูป่าเห็นอันตรายและพยายามจะหนี 452 00:39:18,974 --> 00:39:23,145 ความเร็วของมันเทียบกับของนางสิงโตไม่ได้ หมูป่าจึงถูกจับได้อย่างง่ายดาย 453 00:39:27,316 --> 00:39:29,276 แม้ว่านี่จะเป็นอาหารมื้อเล็กๆ 454 00:39:29,359 --> 00:39:32,988 แต่นางสิงโตตัวอื่นๆ ในฝูง ก็ยังมารุมกินอาหารว่าง 455 00:39:33,322 --> 00:39:35,532 แต่มันไม่มีอารมณ์จะแบ่งให้ 456 00:39:39,494 --> 00:39:42,664 ด้วยความเคารพ ตัวอื่นๆ ปล่อยให้มันกินอย่างสงบ 457 00:40:05,270 --> 00:40:09,441 กวางอิมพาล่าตัวผู้เหล่านี้ กำลังเพลิดเพลินกับกินหญ้าสดๆ ริมนํ้า 458 00:40:09,525 --> 00:40:12,653 ตัวผู้จำได้ง่ายเพราะมีเขาใหญ่ 459 00:40:12,986 --> 00:40:17,157 ตัวเมียบอกได้ง่ายเพราะไม่มีเขา อยู่ไม่ไกลนัก 460 00:40:17,241 --> 00:40:19,409 กำลังมองไปที่ตัวผู้ที่กำลังกินหญ้าอยู่ 461 00:40:27,501 --> 00:40:30,295 แต่เจ้าพวกนี้เป็นใคร มากินหญ้าอยู่ด้วย 462 00:40:30,712 --> 00:40:35,384 กวางทอมสัน ที่เราได้พบแล้ว เป็นสัตว์ประเภทเดียวกับกวางอิมพาล่า 463 00:40:36,009 --> 00:40:38,762 ซึ่งหมายความว่าบางครั้งมันหากินในเขตเดียวกัน 464 00:40:38,846 --> 00:40:40,347 และอยู่ร่วมกันอย่างสงบ 465 00:40:40,681 --> 00:40:42,432 กวางทอมสันสองตัวนี้กำลังประสานเขากัน 466 00:40:42,683 --> 00:40:46,019 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พวกมันทำทุกปี ตอนสิ้นฤดูฝน 467 00:40:46,103 --> 00:40:48,230 ซึ่งเป็นตอนที่พวกมันมีร่างกายแข็งแรงที่สุด 468 00:40:48,814 --> 00:40:52,442 ตัวผู้ทำแบบนี้เพื่อแสดงความโดดเด่น และเพื่อให้เป็นที่ชื่นชมของตัวเมีย 469 00:40:56,488 --> 00:40:58,907 มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดที่สาม อยู่ในกลุ่มของเรา 470 00:40:59,616 --> 00:41:01,201 พวกนี้คือคองโกนี 471 00:41:02,286 --> 00:41:04,913 พวกมันเป็นเชื้อสายเดียวกันกับทั้ง กวางกาเซลล์และกวางอิมพาล่า 472 00:41:05,122 --> 00:41:08,625 ผู้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์วงศ์เลี้ยงลูกด้วยนมกีบคู่ 473 00:41:09,042 --> 00:41:13,672 คองโกนีตัวใหญ่หน่อย ตัวผู้หนักประมาณ 300 ปอนด์ 474 00:41:13,839 --> 00:41:16,717 ตัวเมียหนักประมาณ 260 ปอนด์ 475 00:41:17,217 --> 00:41:20,554 โทปี ที่เห็นอยู่นี้ แข็งแรงมากกว่าที่เห็น 476 00:41:20,721 --> 00:41:23,557 และสามารถวิ่งได้เร็วถึง 50 ไมล์ต่อชั่วโมง 477 00:41:24,016 --> 00:41:25,726 โทปีตัวผู้มีเขา 478 00:41:25,767 --> 00:41:30,063 และขนาดเขาของพวกมันช่วยบ่งชี้ สถานภาพทางสังคมภายในฝูง 479 00:41:30,647 --> 00:41:36,069 แต่น่าเสียดายที่ลูกหลานอันงามสง่าของละมั่งนี้ กำลังจะสูญพันธุ์ 480 00:41:36,904 --> 00:41:42,284 เราเพียงหวังว่าลูกโทปีตัวนี้จะไม่ตกเป็นเหยื่อ ของชีตาห์หรือเสือดาว 481 00:41:47,372 --> 00:41:50,876 สัตว์ที่มีรูปร่างไม่ธรรมดาเหล่านี้ เรียกว่าอีแลนด์ธรรมดา 482 00:41:51,001 --> 00:41:53,253 และอยู่กันเป็นฝูง 10 ถึง 30 ตัว 483 00:41:56,006 --> 00:41:58,926 นอกเหนือจากสีสันและลวดลายที่สวยงามแล้ว 484 00:41:58,967 --> 00:42:02,930 อีแลนด์สามารถทำให้ตัวเองไม่มีเหงื่อได้ เพื่อรักษานํ้าไว้ 485 00:42:03,764 --> 00:42:07,309 นี่คือสิ่งสำคัญยิ่งในสภาพแวดล้อม ที่นํ้าหายาก 486 00:42:12,064 --> 00:42:16,652 มันเหลือเชื่อที่จะคิดว่ากลุ่มสัตว์เลี้้ยงลูกด้วยนมกีบคู่ ของเราพร้อมกับอีแลนด์ 487 00:42:16,735 --> 00:42:20,948 สามารถหาอาหารได้อย่างเพียงพอสำหรับชีวิต ในความแห้งแล้งแห่งทุ่งหญ้าสะวันนา 488 00:42:42,302 --> 00:42:46,723 นางสิงโตตัวนี้เป็นตัวหนึ่งในหลายๆ ตัวในฝูง พวกมันไม่มีแผงคอ 489 00:42:47,307 --> 00:42:49,810 นี่คือตัวอย่างของความแตกต่างระหว่างเพศ 490 00:42:50,185 --> 00:42:54,648 ซึ่งจะทำให้บอกได้ง่ายมากว่า ตัวไหนตัวผู้ตัวไหนตัวเมีย 491 00:42:55,274 --> 00:42:58,986 แต่นางสิงโตตัวนี้เป็นที่โปรดปราน ของสิงโตตัวผู้จ่าฝูงมาตลอด 492 00:43:04,741 --> 00:43:07,786 สิงโตไม่มีเจาะจงเวลาในช่วงปี สำหรับการผสมพันธุ์ 493 00:43:07,995 --> 00:43:09,997 เพราะสิงโตตัวเมียเป็นสัดได้หลายครั้ง 494 00:43:10,080 --> 00:43:13,834 หมายความว่า มันสามารถตั้งท้อง เวลาไหนก็ได้ตลอดปี 495 00:43:15,335 --> 00:43:19,590 สองตัวนี้แยกตัวออกมาจากฝูงบ่อยๆ เพื่อมาอยู่กันตามลำพัง 496 00:43:24,636 --> 00:43:27,347 ขณะสิงโตกำลังซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า 497 00:43:27,389 --> 00:43:32,019 นกมาราบูและอีแร้งที่หิวโหย ก็กำลังบินหาอาหารอยู่ใกล้ๆ 498 00:43:32,060 --> 00:43:36,690 ไฮยีน่าฝูงหนึ่งฆ่าเหยื่อได้ ครั้งนี้นกมองไม่เห็น 499 00:43:37,858 --> 00:43:42,362 ไฮยีน่าลายจุดได้พัฒนาให้มีฟันอันแหลมคม อยู่ด้านหลังฟันกรามสำหรับบดเคี้ยว 500 00:43:42,696 --> 00:43:45,365 นี่หมายความว่ามันสามารถล่าและฆ่าเหยื่อมีชีวิต 501 00:43:45,407 --> 00:43:48,785 แทนที่จะอาศัยกินซากสัตว์ที่ตายแล้ว เพียงอย่างเดียว 502 00:43:49,745 --> 00:43:53,207 ตอนนี้เจ้านกมาราบูที่น่ารำคาญ ได้กลิ่นการฆ่าแล้ว 503 00:43:53,999 --> 00:43:58,295 ไฮยีน่าตะกละตะกลาม และพวกมันมีกรามที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ 504 00:43:58,378 --> 00:44:02,883 กับระบบย่อยอาหารที่หมายความว่า มันสามารถดูดซึมสารอาหารจากหนังและกระดูกได้ 505 00:44:03,634 --> 00:44:08,347 ไฮยีน่ามีความสามารถกินได้เกือบทุกส่วน ของเหยื่อยกเว้นขน 506 00:44:08,388 --> 00:44:10,015 เขาและกีบ 507 00:44:10,307 --> 00:44:13,185 ดังนั้นเมื่อฝูงไฮยีน่ากินเสร็จ 508 00:44:13,227 --> 00:44:15,938 ก็เกือบจะไม่มีร่องรอยของเหยื่อเหลืออยู่เลย 509 00:44:16,146 --> 00:44:20,567 มาราบูตะกละสองสามตัว ไล่ให้หนีไปได้ง่ายกว่าพวกอีแร้ง 510 00:44:20,609 --> 00:44:22,945 และไฮยีน่าตัวนี้ก็ไม่ต้องออกแรงมาก 511 00:44:32,371 --> 00:44:36,166 นี่คือหมาในกำลังพาลูกๆ กลับไปที่โพรง 512 00:44:42,089 --> 00:44:46,385 ขณะเลี้ยงลูกอ่อน หมาใน อาศัยอยู่ในโพรงที่อำพรางไว้ของหมูป่า 513 00:44:53,058 --> 00:44:56,979 ในโพรงใต้พื้นดินของพวกมัน ตอนกลางคืนหมาในหลับกันอย่างสบาย 514 00:44:57,145 --> 00:45:00,148 พ้นจากอันตรายจากสัตว์ล่าเหยื่อ อย่างเสือดาวและชีตาห์ 515 00:45:14,121 --> 00:45:16,748 ฝูงม้าลายกำลังเตรียมตัวอพยพ 516 00:45:17,207 --> 00:45:20,127 มีฝูงหลายฝูงมารวมตัวกันเพื่อการเดินทาง 517 00:45:27,176 --> 00:45:29,761 จระเข้คิดว่าหาที่ที่เหมาะสมที่สุดได้แล้ว 518 00:45:29,803 --> 00:45:33,307 ตรงที่ม้าลายและวิลเดอบีสต์ จะข้ามนํ้า 519 00:45:43,192 --> 00:45:45,360 ม้าลายมารวมตัวกันกับวิลเดอบีสต์ 520 00:45:45,444 --> 00:45:48,322 และไปรวมกันอยู่ที่ริมนํ้าเพื่อเตรียมข้าม 521 00:45:49,114 --> 00:45:52,492 สัญชาตญาณทำให้พวกมันไม่อยากลงไปในนํ้า 522 00:45:56,246 --> 00:46:00,334 ครั้งนี้จระเข้เสียโอกาสไป 523 00:46:03,337 --> 00:46:05,881 ฝูงสัตว์หนีขึ้นไปจากแม่นํ้า 524 00:46:16,767 --> 00:46:21,021 เวลาผ่านไปประมาณ 110 วัน หลังจากเราเห็นสิงโตทั้งสองอยู่ตามลำพัง 525 00:46:21,438 --> 00:46:25,567 นี่คือเป็นประมาณระยะเวลาการตั้งท้อง ของสิงโต 526 00:46:25,776 --> 00:46:29,905 ตอนนี้มันได้คลอดลูกออกมาสองตัว จากการติดสัดครั้งนั้น 527 00:46:34,826 --> 00:46:38,705 นางสิงโตชอบคลอดลูกในที่ลับ ที่ห่างจากฝูง 528 00:46:41,375 --> 00:46:46,255 ลูกสิงโตถูกจู่โจมโดยหมาใน งู เหยี่ยว และเสือดาว 529 00:46:46,338 --> 00:46:48,131 และแม้แต่สิงโตด้วยกันได้ง่าย 530 00:46:52,094 --> 00:46:56,765 ลูกสิงโตเกิดมาตามองไม่เห็น และจะมองเห็นได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หลังคลอด 531 00:47:01,562 --> 00:47:04,982 ลูกสิงโตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ในสองสามอาทิตย์แรกของชีวิต 532 00:47:05,232 --> 00:47:08,735 ต้องอาศัยแม่เกือบทั้งหมดเพื่อการมีชีวิตอยู่ 533 00:47:15,075 --> 00:47:18,287 ปกตินางสิงโตจะไม่พาลูกมาที่ฝูง 534 00:47:18,370 --> 00:47:20,205 จนกว่าลูกจะอายุหกถึงแปดอาทิตย์ 535 00:47:22,416 --> 00:47:25,252 วิธีนี้จะทำให้แม่สิงโตสามารถดูแลลูก ในที่ซ่อนที่ปลอดภัย 536 00:47:25,294 --> 00:47:27,629 โดยไม่มีการขัดจังหวะจากสิงโตตัวอื่นในฝูง 537 00:47:40,058 --> 00:47:43,896 แม่สิงโตจะย้ายลูกจากที่ซ่อนหลายสถานที่ เดือนละหลายครั้ง 538 00:47:46,148 --> 00:47:48,275 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่น 539 00:47:48,317 --> 00:47:51,486 ซึ่งจะทำให้สัตว์ล่าเหยื่อรู้ที่ซ่อนของพวกมัน 540 00:47:54,781 --> 00:47:57,075 แม่สิงโตจะย้ายลูกโดยใช้ปากคาบ 541 00:47:57,951 --> 00:47:59,828 ดูแล้วเหมือนลูกสิงโตจะเจ็บ 542 00:47:59,995 --> 00:48:03,832 แต่พวกมันมีหนังตรงต้นคอที่ยืดหยุ่นได้มาก 543 00:48:04,499 --> 00:48:07,753 แม่สิงโตใช้วิธีนี้ย้ายลูกๆ จากที่ซ่อนหนึ่งไปยังอีกที่ซ่อนหนึ่ง 544 00:48:08,128 --> 00:48:11,298 คาบทีละตัวจากที่ซ่อนหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง 545 00:48:12,299 --> 00:48:15,177 ลูกสิงโตจะเริ่มเดินได้สามอาทิตย์หลังคลอด 546 00:48:15,594 --> 00:48:18,847 ซึ่งต่างจากสัตว์บางชนิดที่เราได้เห็นมาแล้ว 547 00:48:18,931 --> 00:48:20,682 เช่นม้าลายและช้าง 548 00:48:20,766 --> 00:48:23,435 ซึ่งลูกๆ ของมันเกือบเดินได้ทันทีหลังคลอด 549 00:48:23,936 --> 00:48:27,439 นี่เป็นเพราะลูกสิงโตถูกเก็บไว้ใน ที่ซ่อนที่ถือว่ามีความปลอดภัยอยู่บ้าง 550 00:48:27,481 --> 00:48:29,399 ในช่วงสองสามอาทิตย์แรกของชีวิต 551 00:48:30,400 --> 00:48:32,986 ลูกสิงโตเหล่านี้จะมีความยากลำบาก หลายอย่างรออยู่ข้างหน้า 552 00:48:33,320 --> 00:48:37,366 ลูกสิงโต 80% ตายก่อนโตเต็มที่ 553 00:48:45,999 --> 00:48:49,837 ไม่เพียงสิงโตตัวเมียเท่านั้นที่พบคู่ และคลอดลูกออกมา 554 00:48:53,507 --> 00:48:57,219 เสือดาวที่เกือบจะใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยว ก็ต้องเพิ่มประชากร 555 00:48:59,263 --> 00:49:03,141 แม่เสือดาวตัวนี้ได้เลือกคู่แล้ว และกำลังพากันเดินเข้าไปในหญ้าสูง 556 00:49:09,731 --> 00:49:13,527 อย่างที่กำลังเห็น มันมีระดับภาวะทวิสัณฐานทางเพศ 557 00:49:13,569 --> 00:49:15,279 ระหว่างเสือดาวตัวผู้และตัวเมีย 558 00:49:15,821 --> 00:49:18,448 ซึ่งตัวผู้จะตัวโตกว่าตัวเมียมาก 559 00:49:19,032 --> 00:49:22,578 เช่นเดียวกับสิงโต เสือดาวสามารถติดสัดได้ทั้งปี 560 00:49:23,453 --> 00:49:27,249 เสือดาวจะอุ้มท้องระหว่าง 90 ถึง 105 วัน 561 00:49:27,624 --> 00:49:30,419 และชอบคลอดลูกในถํ้าหรือโพรงในต้นไม้ 562 00:49:35,215 --> 00:49:39,761 เสือดาวจะอยู่ด้วยกันหลายวันระหว่างติดสัด จนถึงช่วยกันล่าเหยื่อ 563 00:49:41,555 --> 00:49:44,600 เมื่ออยู่กันตามลำพัง มันจะร่วมเพศกันวันละหลายครั้ง 564 00:50:07,497 --> 00:50:11,543 ฝูงวิลเดอบีสต์และม้าลายยังไม่ข้ามแม่นํ้า 565 00:50:12,294 --> 00:50:16,465 ฝูงวิลเดอบีสต์ที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่ทราบ มีสมาชิกมากกว่าหนึ่งล้านตัว 566 00:50:17,257 --> 00:50:21,220 เปรียบกับมนุษย์ นี่หมายถึงประชากรทั้งหมดในแมนฮัทตัน 567 00:50:22,179 --> 00:50:26,433 อย่างไรก็ตาม สมาชิกของฝูงเรายังคงรวมกันอยู่บนฝั่งแม่นํ้า 568 00:50:27,601 --> 00:50:29,436 เวลาผ่านไปสักหน่อย ม้าลายตัวที่กล้าหน่อย 569 00:50:29,478 --> 00:50:32,940 ก็ลงไปในกระแสนํ้าที่เชี่ยวกราก แบบกล้าๆ กลัวๆ 570 00:50:34,107 --> 00:50:36,610 เห็นได้ทันทีเลยว่าการข้ามแม่นํ้าครั้งนี้ 571 00:50:36,652 --> 00:50:39,363 จะเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับสัตว์พวกนี้ 572 00:50:40,447 --> 00:50:43,575 ทุกปี วิลเดอบีสต์ประมาณ 1.5 ล้านตัว 573 00:50:43,617 --> 00:50:46,954 เดินไปตามเส้นทางที่ยาวไกล เพื่อหาอาหารและนํ้า 574 00:50:47,204 --> 00:50:49,289 และด้วยความโชคร้าย ทุกปี 575 00:50:49,373 --> 00:50:54,169 สัตว์ประมาณ 250,000 ตัวไปไม่ถึงที่หมาย 576 00:50:54,837 --> 00:50:58,799 ดังนั้น โอกาสที่จะถูกจับกินระหว่างการเดินทาง นั้นสูงมาก 577 00:51:10,394 --> 00:51:13,313 มีสัตว์มากขึ้นๆ มารวมตัวกันที่ฝั่งแม่นํ้า 578 00:51:13,605 --> 00:51:15,399 ทำให้เกิดความคับคั่งและอลหม่าน 579 00:51:15,941 --> 00:51:19,987 แม้มันจะดูสับสน ขาดแบบแผนและบ้าคลั่ง 580 00:51:20,279 --> 00:51:23,615 แต่ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ฝูงสัตว์ที่ข้ามแม่นํ้า 581 00:51:23,907 --> 00:51:26,368 มีสิ่งที่เรียกว่า "ปัญญารวมหมู่" 582 00:51:26,702 --> 00:51:31,164 คือสัตว์จะทำงานกันเป็นกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหา 583 00:51:36,962 --> 00:51:39,381 ความเร่งรีบที่สัตว์เหล่านี้ต้องข้ามแม่นํ้า 584 00:51:39,464 --> 00:51:42,759 ส่งผลให้เกิดการแออัดติดขัด ที่ฝั่งแม่นํ้าอีกฟาก 585 00:51:43,552 --> 00:51:47,556 ซึ่งหมายความว่าสัตว์บางตัวติดอยู่ในนํ้า ทำให้ไม่ปลอดภัย 586 00:51:52,352 --> 00:51:55,022 สัตว์ตัวอื่นเกิดความกล้าเมื่อเห็นตัวอื่น 587 00:51:55,147 --> 00:51:56,690 ข้ามฝั่งได้สำเร็จ 588 00:51:56,982 --> 00:52:00,527 และมีวิลเดอบีสต์และม้าลายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ลงไปในนํ้า 589 00:52:01,570 --> 00:52:04,406 อย่างไรก็ตาม มันอาจไม่ง่ายอย่างที่เห็น สำหรับบางตัว 590 00:52:08,160 --> 00:52:12,623 การมารวมตัวกันอย่างมากมายของสัตว์แบบนี้ ไม่รอดสายตาของจระเข้ 591 00:52:13,457 --> 00:52:16,543 มันกับเพื่อนๆ มารวมตัวกันอยู่ที่ใต้ผิวนํ้าเล็กน้อย 592 00:52:16,710 --> 00:52:19,713 คอยให้สัตว์ที่ว่ายนํ้าไม่แข็ง ลอยมาหาพวกมัน 593 00:52:20,839 --> 00:52:23,133 กระแสนํ้าไหลเชี่ยวมากขึ้น 594 00:52:23,383 --> 00:52:27,054 และสัตว์บางตัวเสี่ยงที่จะถูกพัดไปตามนํ้ามีสูงขึ้น 595 00:52:34,353 --> 00:52:36,980 สัตว์บางตัวในกลุ่มที่ว่ายนํ้าไม่แข็งเริ่มตะกุยตะกาย 596 00:52:37,105 --> 00:52:39,733 และถูกกระแสนํ้าดึงออกไปจากฝั่ง 597 00:52:39,900 --> 00:52:41,235 ที่พวกมันพยายามจะไปขึ้น 598 00:52:56,583 --> 00:52:59,670 ม้าลายและวิลเดอบีสต์ต้องว่ายนํ้าแบบสุดแรง 599 00:52:59,753 --> 00:53:02,506 เพื่อไม่ให้ถูกกระแสนํ้าที่ไหลเชี่ยวพัดไป 600 00:53:05,843 --> 00:53:08,303 สัตว์บางตัว แม้จะไม่มีแรงเหลือ 601 00:53:08,428 --> 00:53:11,807 ยังสามารถข้ามฝั่งได้แบบหวุดหวิด 602 00:53:15,227 --> 00:53:18,146 สัตว์ตัวนี้โชคร้ายที่ไม่แข็งแรงพอ 603 00:53:18,438 --> 00:53:20,357 และถูกจระเข้จับได้ 604 00:53:31,410 --> 00:53:34,580 วิลเดอบีสต์ตัวนี้สามารถข้ามแม่นํ้ามาได้ 605 00:53:34,663 --> 00:53:37,833 แต่ตอนนี้มาติดอยู่บนอีกฝั่งหนึ่ง 606 00:53:38,000 --> 00:53:39,751 ไม่สามารถขึ้นให้พ้นฝั่งได้ 607 00:53:40,752 --> 00:53:45,132 วิลเดอบีสต์สื่อสารด้วยการมองเห็น เสียง และผ่านกลิ่นด้วย 608 00:53:45,799 --> 00:53:49,511 เสียงร้องของตัวผู้สามารถได้ยิน จากระยะ 1.5 ไมล์ 609 00:53:50,220 --> 00:53:52,222 สมาชิกในกลุ่มใช้สารคัดหลั่ง 610 00:53:52,306 --> 00:53:54,892 เพื่อนำทางเพื่อนวิลเดอบีสต์ด้วยกัน ระหว่างการเดินทาง 611 00:53:55,434 --> 00:53:59,271 ด้วยวิธีนี้ตัวที่ตามมาข้างหลังไกลๆ จะได้รู้ว่าจะต้องไปทางไหน 612 00:53:59,980 --> 00:54:04,067 อย่างที่เห็นอยู่นี่ ในกลุ่มของเรา ไม่มีสัตว์ตัวไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 613 00:54:04,860 --> 00:54:08,280 ขณะที่พวกที่มาสายยังคงข้ามแม่นํ้ากัน 614 00:54:08,655 --> 00:54:12,951 ฝูงสัตว์จะเดินตามเส้นทาง ที่ยากลำบากและยาวไกลต่อไป ทั่วแอฟริกา 615 00:54:18,040 --> 00:54:22,044 ความหลากหลายของชีวิตในแอฟริกานั้นเห็นได้ชัด 616 00:54:22,336 --> 00:54:24,796 สำหรับผู้ที่โชคดีพอที่มีโอกาสได้เห็นมัน 617 00:54:37,184 --> 00:54:38,685 จากสัตว์ที่ชอบอยู่ในนํ้าขนาดยักษ์ 618 00:54:39,228 --> 00:54:43,524 จนถึงแมวดุร้ายซึ่งสะกดรอยตามและล่าเหยื่อ จากต้นไม้และพุ่มไม้ 619 00:54:50,697 --> 00:54:52,866 ไปจนถึงสัตว์กินหญ้าง่ายๆ 620 00:54:56,745 --> 00:55:02,376 แผ่นดินแม่แห่งชีวิต ยังคง เป็นมหานครแห่งความหลากหลายชนิดต่อไป 621 00:55:09,716 --> 00:55:13,512 สัตว์ทุกตัวมีการเดินทางของตัวเอง และมีเรื่องเล่าของตัวเอง 622 00:55:14,054 --> 00:55:17,057 สัตว์ทุกตัว ไม่ว่าจะดุร้ายหรือร้ายกาจแค่ไหน 623 00:55:17,432 --> 00:55:20,394 ต้องต่อสู้ผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบาก เช่นเดียวกับเวลาที่มีความสุข 624 00:55:22,145 --> 00:55:24,565 ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของสภาพแวดล้อม ที่มันอาศัยอยู่ 625 00:55:24,731 --> 00:55:28,235 อาจอุดมสมบูรณ์ กันดาร แห้งและเปียก 626 00:55:28,652 --> 00:55:32,406 สัตว์เหล่านี้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดชัดเจน 627 00:55:38,912 --> 00:55:41,707 เราพาคุณเที่ยวชมทั่วทุ่งหญ้าสะวันนาแล้ว 628 00:55:41,832 --> 00:55:44,960 และพาคุณไปเห็นสัตว์ที่น่าพิศวงบางชนิด ที่อาศัยอยู่ที่นั่น 629 00:55:47,838 --> 00:55:50,424 เราได้เห็นการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด และวิธีอยู่รอด 630 00:55:50,799 --> 00:55:53,969 และร่วมมือกันทำงาน หรือการอยู่โดดเดี่ยวของพวกมันแล้ว 631 00:55:58,056 --> 00:56:01,518 เราได้เห็นวงจรการเกิดและการตายประจำปี 632 00:56:01,685 --> 00:56:04,104 พร้อมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน ของชีวิตบนที่ราบ 633 00:56:08,317 --> 00:56:13,488 แต่สิ่งที่ทำให้สัตว์เหล่านี้มารวมตัวกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อการหาอาหารหรือเพื่อความอยู่รอด 634 00:56:14,031 --> 00:56:17,034 แต่ในโลกสมัยใหม่ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกมัน 635 00:56:17,117 --> 00:56:19,244 คือหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ 636 00:56:25,334 --> 00:56:27,628 หวังว่าสัตว์ทุกตัวที่เราได้เห็น 637 00:56:27,753 --> 00:56:32,424 จะมีชีวิตที่รุ่งเรืองอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา ให้นานแสนนานที่สุด 107237

Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.