Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Cambodian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Czech
Danish
Dutch
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
นี่คือชนเผ่าที่ใช้ชีวิตกับอินทรีมากกว่า 2,000 ปี
ตัวใหญ่มากเลย
เราหนีได้เลยถ้าเจออย่างนี้
สอนลูกให้เลี้ยงนกด้วย
ดูเล็บมันสิ ไปดูเล็บมันสิ
ดูเล็บมันสิ
โคตรเจ๋ง
วันนี้เราจะไปลองใช้ชีวิตกับชนเผ่านี้ด้วยการไปนอนกระโจมในอุณหภูมิติดลบ
ไฟดับแล้วครับ
นี่คือกระโจมกลางหุบเขาหิมะที่เคว้งคว้างมากๆ
ไปหาคำตอบว่าทำไมอินทรีถึงมีความสำคัญกับชนเผ่าเร่ร่อนขนาดนี้
ในอัลมาตี ประเทศคาซัคสถานครับ
สวัสดีตอนเช้าครับ
เปิดคลิปแต่เช้านะครับ
ตอนนี้เราอยู่ที่เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถานครับ
เราเพิ่งออกจากอพาร์ตเมนต์ด้านหลังที่เช่า Airbnb นอนเมื่อคืน
หิมะตกครับ
ตกใส่หัวได้เลยนะครับ ให้ตายเถอะ
เมื่อคืนหิมะตก คนขับแท็กซี่บอกว่าเป็นคืนแรกของปีเลย
เรามาพอดีหิมะเลยเต็มไปหมด ถ้าได้ดูอีพีที่ถ่ายกับจารอสเพื่อนเรานะครับ
เขาก็พาไปช่วยนู่นนี่นั่นตอนหิมะกำลังตกนั่นแหละครับ
วันนี้จะไปนอกเมืองอัลมาตี นั่งแท็กซี่ไปนะครับ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลล่าสัตว์ด้วยนกอินทรีพอดี
เทศกาลเขามีแค่ 2 วัน คือเมื่อวานกับวันนี้ครับ
พอหิมะตกแล้วม่านหมอกดูสะอาดขึ้นนะครับ ไม่รู้คิดไปเองไหม
ตอนนี้อยู่บนรถแล้วนะครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ค่าแท็กซี่ไม่แพงครับ ประมาณ 1,100 - 1,200 บาท
ถ้าใครมาสามารถโหลดแอปชื่อ Yandex Go ของรัสเซียได้นะครับ
ใช้งานคล้ายๆ Grab บ้านเราครับ แค่ก๊อปที่อยู่จาก Google วางก็ได้
วิวหิมะข้างทางสวยจริงๆ นะครับ
อัลมาตีเป็นเมืองที่มีภูเขาล้อมรอบ สวยมากๆ ครับ
จะเห็นภูเขาใหญ่ๆ ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ไกลๆ ตลอดทางเลย
ถ้าแอปเปิลมีบ้านเกิด จะอยู่ที่ไหนครับ
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในยุโรปหรืออเมริกาครับ
แต่อยู่ที่เมืองอัลมาตีครับ
คำว่า อัลมา ในภาษาคาซัคแปลว่า แอปเปิลครับ
และ อัลมาตี หมายถึง ดินแดนที่อุดมไปด้วยแอปเปิลครับ
อัลมาตีตั้งอยู่เชิงเขาเทียนซานบนแนวเขาทรานส์อิลิอลาเตา
ด้านหลังคือภูเขาสูง ด้านหน้าคือที่ราบกว้างแบบทุ่งหญ้าสเตปต์
มีน้ำจากธารน้ำแข็งไหลตลอดปี เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานมากครับ
ถ้าเทียบกับไทย อัลมาตีคือเชียงใหม่บวกนครราชสีมาครับ
มีภูเขาโอบหลังเหมือนเชียงใหม่ แต่เปิดหน้ารับที่ราบเหมือนภาคอีสาน
ย้อนประวัติศาสตร์ไปช่วง 10,000 ถึง 7,000 ปีก่อน ค.ศ.
เทียนซานเคยเป็นป่าแอปเปิลป่าดั้งเดิมชื่อ Malus sieversii ครับ
ต่อมาช่วง 1,000 ปีก่อน ค.ศ. ชนเผ่าเร่ร่อนอย่างซากาเริ่มมาพักแรม
และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ถึง 10 เส้นทางสายไหมเริ่มคึกคักครับ
เมล็ดแอปเปิลจากที่นี่จึงเดินทางไปสู่เปอร์เซีย ตุรกี และยุโรปครับ
แต่ในปี ค.ศ. 1219 กองทัพมองโกลของเจงกิสข่านได้เข้ามารุกรานครับ
จนปี ค.ศ. 1854 จักรวรรดิรัสเซียได้สร้างป้อมทหารชื่อ เบอร์นี (Verny)
ช่วง ค.ศ. 1927-1936 อัลมาตีได้รับการพัฒนาเป็นเมืองหลวงครับ
จนปี ค.ศ. 1991 คาซัคสถานประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียตครับ
แม้ปี ค.ศ. 1997 จะย้ายเมืองหลวงไปอัสตานา แต่อัลมาตียังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจครับ
คาซัคสถานประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียตครับ
เริ่มเห็นวิวนอกเมืองที่มีแต่ภูเขาหิมะล้อมรอบแล้วนะครับ
เมืองนี้ขยายออกไปไม่ได้เพราะติดภูเขา จึงย้ายเมืองหลวงไปอัสตานาครับ
ที่นี่เขามีลานไว้เลี้ยงม้าเยอะมากเลยนะครับ
ตื่นเต้นครับ มีคนใส่ชุดพื้นเมืองคาซัคและถืออินทรีถือเหยี่ยวด้วย
แต่ละคนอุ้มอินทรีตัวใหญ่มากๆ เพิ่งเคยเห็นนะครับ
เจ๋งมากครับ เดี๋ยวขอยกกระเป๋าไปเก็บในกระโจมก่อน
ได้มานอนกระโจมกลางหิมะแล้วครับ ปกติก่อนหน้านี้ไม่มีหิมะเลย
นี่คือกองไฟที่เขากำลังทำอาหารคาซัคกลางหิมะครับ
เขาทำเนื้อย่างและทำอาหารบางอย่างในเตาถ่านครับ
ได้เห็นวิธีการทำอาหารกลางหิมะแบบนี้หาดูยากนะครับ
อันนี้เขาเรียกว่า พลาฟ (Plov) ครับ
ใช้เนื้อวัวและเนื้อแกะผสมกับแครอทครับ
ส่วนอันนี้เอาไว้ต้มน้ำทำชาครับ
เป็นวิธีการต้มน้ำท่ามกลางหิมะนะครับ
พลาฟที่นี่คล้ายกับที่อุซเบกิสถานเลยครับ เป็นวัฒนธรรมเดียวกัน
คนเริ่มรวมตัวกันเปิดงานแล้วนะครับ เด็กๆ ก็มาเล่นหิมะกัน
ทางลื่นมากต้องระวังครับ มีชิงช้าสวรรค์แบบคนคาซัคด้วย
เขาถืออินทรีมานั่งคุยกันเหมือนอุ้มแมวเลยครับ
เขายืนตรงเคารพเพลงชาติโดยเอามือวางไว้ที่หน้าอกครับ
มีท่านผู้ว่ามาเปิดงานเหมือนบ้านเราเลยครับ
เขาปิดตาอินทรีไว้ และสอนลูกหลานให้เลี้ยงนกไว้ล่าสัตว์ครับ
เพิ่งเคยเห็นคนถือเหยี่ยวแบบนี้ โคตรเจ๋งเลยครับ
บ้านเราเลี้ยงนกเขา แต่ที่นี่เขาเลี้ยงเพื่อล่าสัตว์จริงๆ
เขารู้จักมวยไทยด้วยนะครับ
นี่คือกรรมการการแข่งขันครับ
เขาแข่งอะไรกันครับ? ส่วนใหญ่เราใช้แค่หนังหมาจิ้งจอกครับ
เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้ใช้สัตว์จริงในการแข่งครับ
ตอนนี้นกอินทรีจะแข่งจับนกพิราบครับ
รัฐบาลไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์อื่นในการแข่งขันครับ
เขามีเครื่องปล่อยเชือกเพื่อวัดระยะทางด้วยนะครับ
ชาวเติร์กของจริง เท่มากๆ เลยครับ
เขาตัวใหญ่มาก นึกถึงตอนเขารบกันสมัยก่อนเลย
ถ้าเจออย่างนี้เราหนีได้เลยนะครับ
ดูเขาสอนยิงธนูด้วยนะครับ เป็นธนูไม้แบบโบราณ
คนสมัยก่อนก็คงอยู่กันแบบนี้ และแข่งอินทรีมาตั้งแต่อดีตครับ
เขากำลังถ่ายทำรายการข่าว พี่เขาก็เข้ามาขอสัมภาษณ์ผมครับ
คุณมาเพื่อดูทัวร์นาเมนต์นี้โดยเฉพาะเลยไหมครับ?
ใช่ครับ ผมเป็นยูทูบเบอร์จากประเทศไทย
รบกวนแนะนำตัวและพูดถึงการเดินทางหน่อยครับ
เป็นเกียรติมากครับที่ได้มาคาซัคสถานและได้ชมกีฬาประจำชาตินี้
มาคาซัคสถานแล้วได้ออกทีวีเฉยเลยครับ
ธนูโบราณที่นี่เหลาด้วยไม้ เป็นธนูแบบดั้งเดิมเลยครับ
ดีเทลของธนูสวยงามมากครับ
เขายิงแม่นมากครับ
เข้าไปดูในงานกันต่อครับ
มีร้านขายเคบับเนื้อวัวด้วยนะครับ กลิ่นหอมมาก
คนมาปิกนิกแล้วผูกอินทรีไว้ข้างรถตู้เหมือนเลี้ยงแมวเลยครับ
นี่คือเหล่าบุรุษอินทรีนะครับ เจ๋งมากๆ
ทำไมคนคาซัคสถานต้องมีอินทรีเป็นของตัวเอง?
เพราะภูมิประเทศแถบนี้มีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวถึง -30 องศาครับ
การล่าสัตว์ด้วยมนุษย์เพียงลำพังไม่พอ และต้องใช้ขนสัตว์เพื่อกันหนาวครับ
การใช้ชีวิตร่วมกับอินทรีทองมีมานานกว่า 2,000 ปีแล้วครับ
อินทรีทองมองเห็นเหยื่อได้ไกลกว่า 2-3 กิโลเมตรเลยนะครับ
ล่าได้แม้ในหิมะลึก เพื่อเอาขนมาทำเสื้อผ้าและเต็นท์ครับ
นักล่าอินทรีถูกเรียกว่า เบอร์คุตชี (Berkutchi) ครับ
มีสถานะเป็นผู้นำชนเผ่า เพราะเป็นคนจัดหาทรัพยากรให้ชุมชนรอดตายครับ
อินทรีจะถูกฝึกตั้งแต่เด็กและทำงานร่วมกับเจ้าของเพียงคนเดียวครับ
เมื่อมันอายุมากก็จะถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพราะเขาเชื่อในอิสรภาพครับ
อินทรีทองจึงปรากฏอยู่บนธงชาติเพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณของชาติครับ
หลังยุคโซเวียต การล่าอินทรีถูกฟื้นฟูเป็นเทศกาลประจำฤดูหนาวครับ
นี่ไม่ใช่การแสดงเพื่อท่องเที่ยว แต่คือวิถีการเอาชีวิตรอดที่ยาวนานครับ
นกตัวนี้ดูเล็บมันสิครับ โคตรเจ๋งเลย
มาลองกินเนื้อย่างบาร์บีคิวกลางหิมะกันครับ
มีขนมปังขายเป็นอาหารเช้าแบบคนที่นี่ด้วยนะครับ
เขากินเนื้อใส่แค่เกลือกับพริกไทย ได้โปรตีนเน้นๆ ครับ
มีการมอบรางวัลให้ผู้ชนะนกเหยี่ยวด้วยนะครับ
รางวัลที่ 1 ได้ 500,000 เทงเก หรือประมาณ 30,000 กว่าบาทครับ
อินทรีคือสัญลักษณ์ของความสง่างามและความเข้มแข็งครับ
มันเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตครับ
เด็กๆ ที่นี่ก็เริ่มเลี้ยงอินทรีตั้งแต่ตัวเล็กๆ และโตไปด้วยกันครับ
เห็นคนละหมาดกลางหิมะด้วยนะครับ วิวสวยและสงบมากๆ
ห้องน้ำที่นี่ตั้งอยู่หน้าหุบเขาหิมะเลยครับ
ซื้อขนมปังไปตุนในกระโจมคืนนี้นะครับ
จองที่พักผ่าน Airbnb มาครับ มีกิจกรรมให้ทำด้วย
เจ้าของบอกว่าระวังหนาวนะครับ ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อม
อุณหภูมิตอนนี้ 5 องศาครับ แต่คืนนี้น่าจะติดลบ
การละเล่นของเขานั่งยากเหมือนกันนะครับ บ้านเรานั่งสบายกว่า
จะอยู่ที่หมู่บ้านกระโจมนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ครับ
ที่นี่มีต้นแอปเปิลเต็มไปหมดเลยครับ อยากลองเด็ดกินดูเหมือนกัน
พลาฟกลางหิมะรสชาติเหมือนข้าวผัดหรือข้าวมันไก่บ้านเราครับ
ที่นี่เขานิยมเลี้ยงม้าและวัวเพื่อใช้งานและเป็นอาหารครับ
เจ้าหน้าที่มาดูแลและถามเรื่องกิจกรรมขี่ม้าครับ
ห้องน้ำเป็นแบบขุดหลุมลึกครับ แล้วมีกระท่อมครอบไว้
ด้านในกระโจมที่เราจะนอนคืนนี้ครับ
ข้างในอุ่นดีครับ มีเบาะนอนและโต๊ะกินข้าวตรงกลาง
คืนนี้น่าจะเงียบและเคว้งคว้างน่าดูครับ
คนแถวนี้ถามว่านอนในกระโจมไม่หนาวหรือครับ แสดงว่าปกติเขาไม่นอนกัน
ขอไปเดินเขาชมบรรยากาศภูเขาหิมะสักนิดก่อนมืดครับ
เจอฝูงม้าที่เขาเลี้ยงไว้จริงๆ ด้วยครับ วิถีชีวิตดูดีมาก
เขาผูกขาม้าไว้ไม่ให้เดินไปไกลครับตอนกินหญ้า
ม้าที่นี่ตัวสวยและราคาถูกกว่าบ้านเราประมาณ 3 เท่าครับ
พรุ่งนี้เช้านัดขี่ม้า 4 ตัวครับ เด็กที่นี่โตมากับม้ากันทุกคนเลย
ในกระโจมมีฮีตเตอร์แก๊สและอุปกรณ์ทำครัวครบชุดครับ
ราคากระโจมคืนละ 5,600 บาทครับ ลองทายกันดูว่าคุ้มไหม
ไฟดับจริงๆ ครับ ต้องใช้ไฟฉายช่วย
มืดสนิทตั้งแต่ 5 โมงเย็นเลยครับ อากาศหนาวเข้ากระดูกเลย
กินมาม่าเกาหลีในกระโจมแก้หนาวครับ ฟินมาก
ฝนตกจนก่อกองไฟไม่ได้ เลยมาย่างมาร์ชแมลโลว์กินกันแทนครับ
6 โมงเช้าแล้วครับ ไฟดับและฮีตเตอร์ก็แก๊สหมด หนาวมากๆ
หิมะละลายเกือบหมดเพราะฝนตกเมื่อคืนครับ
พี่เขาเริ่มทำอาหารเช้าด้วยการหั่นเนื้อวัวและมันฝรั่งครับ
เต็นท์แบบดั้งเดิมของชาวเติร์กและมองโกลเป็นแบบนี้เลยครับ
เขากำลังทอดแป้ง คล้ายๆ ปาท่องโก๋บ้านเราเลยครับ
ต้มชาด้วยหม้อซามูวาร์ (Samovar) ดูเจ๋งมากครับ
เนื้อนุ่มและรสชาติเข้ากับลิ้นคนไทยครับ อร่อยมาก
วัวที่นี่ขนหนามากครับ ตัวใหญ่และน่ารักดี
เป็นประสบการณ์ที่ได้เห็นวิถีชีวิตคนสมัยก่อน แม้จะหนาวมากครับ
ค่าอาหารเช้าประมาณ 3,500 บาท และต้องจ่ายแยกจากค่าที่พักครับ
มาสัมผัสประสบการณ์สักครั้งในชีวิตก็ดีนะครับ แนะนำให้มาหลายๆ คน
อีพีหน้าจะไปเล่นสกีและตะลุยอัลมาตีกันต่อครับ เจอกันใหม่นะครับ
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.